ที่แท้หอน้ำชาแห่งนี้ได้เชิญนักเล่านิทานมาคนหนึ่ง ยามนี้นักเล่านิทานผู้นี้กำลังยืนเล่านิทานอยู่กลางเวที ท่าทางที่เขาถ่ายทอดเรื่องราวนั้นมีสีสันยิ่ง ฟองน้ำลายกระเซ็นไปทั่ว ได้รับเสียงปรบมือจากบรรดาลูกค้าในหอน้ำชาไม่ขาดสาย
นักเล่านิทานผู้นี้ไม่ได้เล่าเรื่องอื่นใด เขากำลังถ่ายทอดเรื่องราวของเซียวอี้และหลินชิงเวยในเวลานั้น ตั้งแต่คนทั้งสองทุบตีเจ้าหน้าที่อันธพาล คนทั้งสองมัดท่านเจ้าเมืองแขวนขึ้นบนกำแพงประตูเมือง เขาเล่าได้อย่างมีอรรถรสยิ่งยวด
นักเล่านิทานเหล่านี้เพื่อให้ผู้ฟังเข้าถึงในเรื่องราวที่ตนถ่ายทอดมักจะใส่สีตีไข่เกินความเป็นจริงอยู่เสมอ นักเล่านิทานแทบจะบรรยายตัวตนของเซียวอี้และหลินชิงเวยเป็นเทพเซียนก็ไม่ปาน ทว่าบรรดาลูกค้าในหอน้ำชากลับยิ่งฟังยิ่งเห็นพ้องด้วย
หลินชิงเวยดื่มน้ำชาอีกหลายคำแล้วหันไปมองเซียวเยี่ยน คิดไม่ถึงว่าเซียวเยี่ยนจะตั้งใจฟังอย่างจริงจัง จึงอดที่จะกล่าวกลั้วหัวเราะว่า “ท่านชอบฟังนิทานพรรค์นี้ด้วยหรือ?”
เซียวเยี่ยนเลิกคิ้ว “ต่อให้เขาพูดเกินจริงมากกว่านี้ แต่ความจริงก็คือแม่นางท่านนั้นทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว” เขามองหลินชิงเวยนิ่งๆ เมื่อได้ฟังนิทานเรื่องนี้ เขาน่าจะรู้แล้ว