เมื่ออยู่เมืองผิงหลั่งย่อมมีข้อจำกัดมากมาย ไม่อาจกินอาหารประเภทหนวดเต่าเขากระต่ายได้ อาหารเลิศรสบนโต๊ะล้วนเป็นอาหารพื้นๆ ที่พบเห็นได้บ่อย ทว่าเต็มไปด้วยกลิ่นอายของเมืองแห่งนี้ หลินชิงเวยเพิ่งจะฟื้นตัวจากล้มป่วยจึงไม่เกรงอกเกรงใจ นางกินข้าวถ้วยโตไปหนึ่งถ้วย ดื่มน้ำแกงไปสองถ้วย
หลินชิงเวยดื่มน้ำแกงปลาพลางหรี่ตาลงกับรสชาติที่ได้รับ “น้ำแกงปลานี้สดเหลือเกิน”
เฉินเหยียนจือพูดกลั้วหัวเราะ “ปลาตัวนี้ข้าน้อยไปจับมาจากแม่น้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง ส่วนน้ำแกงนี้หมิงเฟิ่งเป็นคนตุ๋น ไม่เพียงแค่น้ำแกง นางเป็นคนทำอาหารบนโต๊ะทั้งหมด ปีใหม่แล้วในเรือนไม่มีพ่อครัว ล้วนเป็นนางที่ทำหน้าที่นี้”
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองกู้หมิงเฟิ่งแวบหนึ่งแล้วหัวเราะ “ข้าคิดว่าแม่นางกู้ทำได้แต่ต่อยตีและสังหารเท่านั้น คิดไม่ถึงว่ายังมีฝีมือด้านการบ้านการเรือน นับได้ว่ามีความเป็นกุลสตรีหนึ่งถึงสองส่วนแล้ว”
กู้หมิงเฟิ่งสวนกลับมาทันทีว่า “แม่นางกล่าวชมเกินไปแล้ว เพียงแต่ต้องการท่าทางความเป็นกุลสตรีมาเพื่อประโยชน์อันใด เปราะบางอ่อนแอ มีแต่ต้องให้คนคอยปกป้องคุ้มครองเพิ่มภาระความยุ่งยากให้ผู้อื่นเท่านั้นเอง แม่นางคงเป็นกุลสตรีได้ แต่ข้ากลับ