ทำไม่ได้”
เฉินเหยียนจือกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาทันใด ดูเหมือนคำพูดคำจาของกู้หมิงเฟิ่งจะเต็มไปด้วยนัยแห่งการเสียดสีและถากถางอย่างมิเกรงอกเกรงใจ เขาจำเป็นต้องคลี่คลายสถานการณ์ในเวลานี้หรือไม่นะ? แต่ดูเหมือนไม่ถูกต้องนักหากเขาจะออกมาพูดจา แต่หากเขาไม่พูดก็ไม่ถูกต้องอีกเช่นกัน
เมื่อหันไปมองเซียวเยี่ยน นั่นจึงจะเรียกว่าสงบนิ่งอย่างแท้จริง ราวกับไม่ได้ยินสิ่งใดทั้งสิ้น ตั้งใจกินข้าวของเขาต่อไป
หลินชิงเวยดื่มน้ำแกงไปหนึ่งถ้วยจึงวางถ้วยเปล่าลงแล้วยิ้มตาหยี มองประเมินกู้หมิงเฟิ่ง “คำพูดนี้ของแม่นางกู้ไม่ถูกต้อง เดิมทีเจ้าก็เป็นสตรีมีอกมีเอวคนหนึ่ง แต่กลับทำเหมือนตนเองเป็นบุรุษ ส่วนข้าเพียงแต่เป็นผู้ที่รู้ข้อบกพร่องของตนเองเท่านั้น กระจ่างแจ้งว่าตนเองเป็นสตรีคนหนึ่งจึงไม่ทำเรื่องเช่นนั้นออกมา” พูดแล้วก็หัวเราะเบาๆ สองครั้ง “ท่านกล่าวว่าสตรีมีแต่จะสร้างความยุ่งยากให้กับผู้อื่น หึๆ แต่ข้าคงไม่รบกวนให้แม่ทัพเฉินคุกเข่ารับโทษแทนข้ากระมัง ยิ่งไปกว่านั้น ข้าไม่เคยรบกวนให้เซ่อเจิ้งอ๋องคุกเข่าให้ผู้อื่นเพื่อรับโทษอันใดแทนทั้งสิ้น”
“เจ้า!” กู้หมิงเฟิ่งคิดไม่ถึงว่าตนเองกลับถูกหลินชิงเวยตอกกลับเสียจนสะอึกเช่นนี้ จึงโกรธจนขาดสต