ิ ทว่ากลับไม่อาจกล่าววาจาตอบโต้อันใดกลับไป
หลินชิงเวยยิ้มอย่างไร้พิษสง พูดอีกว่า “แต่การที่แม่นางกู้กระจ่างแจ้งเรื่องงานครัว อาหารบนโต๊ะนี้นับว่าไม่เลว ไม่ถึงกับไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ต่อไปควรช่วยทำกับข้าวให้แม่ทัพเฉินให้มาก ใครใช้ให้เขากระทำตัวเช่นนี้ เพื่อเจ้าแม้แต่ชีวิตตนเองก็ไม่ต้องการแล้วเล่า”
เมื่อคำพูดนี้ถูกกล่าวออกไป เฉินเหยียนจือและกู้หมิงเฟิ่งได้แต่ตกตะลึง เฉินเหยียนจือหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที เขารู้สึกขวยเขินอย่างยิ่ง จึงลอบตวัดสายตามองกู้หมิงเฟิ่งพร้อมกับกระแอมกระไอด้วยความกระอักกระอ่วนใจ “แม่นางอย่าได้หัวเราะเยาะข้าน้อยเลย ข้าน้อยรับปากบิดาของหมิงเฟิ่งว่าจะดูแลนางเป็นอย่างดี นี่เป็นหน้าที่ของข้าน้อย”
ระหว่างที่สตรีสนทนากัน เดิมทีบุรุษไม่ควรสอดแทรก ผู้ใดแทรกเข้ามาผู้นั้นก็คือดินปืน เฉินเหยียนจือยังไม่ทันได้กล่าวสักประโยคจำต้องถูกหลงไปด้วย
ในสายตาของหลินชิงเวย เฉินเหยียนจือผู้นี้เป็นคนเลอะเลือนคนหนึ่ง สมองทื่อราวกับท่อนไม้ท่อนหนึ่ง หากมีความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง ควรจะนั่งอยู่ด้านข้างปิดปากให้สนิท เขาช่างดียิ่งนัก รีบออกมาพูดจาแสดงจุดยืนของตนเองอย่างชัดเจน
ถูกหลินชิงเวยหัวเราะเช่นนี้ก็อย่า