ได้คาดหวังว่ากู้หมิงเฟิ่งจะอารมณ์ดี นางจึงถลึงตาใส่หลินชิงเวยกลางโต๊ะอาหารอย่างทนไม่ไหว หลินชิงเวยกลับคิดว่าได้ผลยิ่งนัก นางยื่นถ้วยไปให้กู้หมิงเฟิ่ง “รบกวนแม่นางกู้ตักน้ำแกงปลาให้ข้าถ้วยหนึ่งได้หรือไม่?”
กู้หมิงเฟิ่งเม้มปากรับถ้วยมาเติมน้ำแกงปลาแล้ววางลงเบื้องหน้านางอย่างไม่อ่อนโยนสักนิด หลินชิงเวยหัวเราะ “ขอบคุณแม่นางกู้”
กู้หมิงเฟิ่ง “แม่นางไม่ต้องเกรงใจ ดื่มมากๆ เป็นพอ หาไม่แล้วหากปากว่างจะออกมาพูดเพ้อเจ้อ ผู้อื่นไม่รู้เรื่อง จะเข้าใจได้ว่าที่นี่ต้อนรับไม่ดี”
“ที่ไหนเล่า” หลินชิงเวยกล่าว “เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเจ้าต้อนรับดีหรือไม่ ปากอยู่บนตัวข้า คิดจะพูดอย่างไรก็จะพูดอย่างนั้น”
กู้หมิงเฟิ่งไม่ยอมพูดจาแล้ว นางก้มหน้าก้มตากินข้าว กินอิ่มแล้วลุกขึ้นออกไปทันที
เฉินเหยียนจือเห็นนางออกไปจึงยกมือขึ้นเช็ดปากส่งๆ ลุกขึ้นกล่าวว่า “ท่านอ๋อง แม่นาง หมิงเฟิ่งไม่รู้ความไม่รู้มารยาท ขอท่านอ๋องและแม่นางอย่าได้ถือสานาง ข้าน้อยกินอิ่มแล้ว ขอ…”
หลินชิงเวยยิ้ม “หากข้าถือสานางเกรงว่านางจะกินไม่ลงน่ะสิ แม่ทัพเฉินร้อนใจเช่นนี้ รีบตามไปเถิด”
เฉินเหยียนจือหน้าแดงก่ำต่อหน้าหลินชิงเวย จากนั้นหันกายเดินออกไป
ในโถงห้