ิ่งพูดด้วยน้ำเสียงมะนาวไม่มีน้ำ “ไม่ต้อง ไฉนเลยจะกล้ารบกวนให้แม่นางลงมาช่วยในสถานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำมันเช่นนี้”
หลินชิงเวยหัวเราะ “หากจะแสดงความกล้าหาญก็ไม่ใช่วิธีการเยี่ยงนี้ หากถึงตอนค่ำเซ่อเจิ้งอ๋องและแม่ทัพเฉินกลับมาจากค่ายแล้วเจ้ายังเตรียมอาหารเย็นมื้อส่งท้ายปีเก่าไม่เรียบร้อย มิใช่ประดักประเดิดแย่หรอกหรือ?”
มือที่กำลังนวดแป้งของกู้หมิงเฟิ่งผ่อนช้าลง นางเงยหน้าขึ้นมองหลินชิงเวยครู่หนึ่งจึงเอ่ยว่า “อีกประเดี๋ยวหากทำให้กระโปรงของแม่นางเลอะเทอะ อย่าได้กล่าวโทษข้า” พูดแล้วก็มองไปที่ผักสดในตะกร้า “ในเมื่อแม่นางว่างมาก ช่วยเด็ดผักก็แล้วกัน”
หลินชิงเวยไม่อิดออด เดินเข้าไปหาตะกร้า รวบชายกระโปรงนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเล็กเริ่มเด็ดผัก กู้หมิงเฟิ่งเห็นนางเด็ดผักอย่างคล่องแคล่วโดยไม่ต้องให้นางชี้แนะ ไม่ต้องให้นางสอนว่าต้องเด็ดผักอย่างไร คิดไม่ถึงว่าคุณหนูพันชั่งแห่งจวนมหาเสนาบดี หลังเข้าวังยังเป็นถึงเจาอี๋เหนียงเหนียง เดิมทีนิ้วมือทั้งสิบนิ้วควรจะไม่แตะต้องงานบ้านงานเรือน แต่กลับทำงานเหล่านี้ได้
หลินชิงเวยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นก็สามารถรับรู้ได้ถึงสายตาเปี่ยมไปด้วยข้อกังขาของกู้หมิงเฟิ่ง จึงพูดขึ้นเอื่อยๆ ว่า “เจ้า