หลินชิงเวยยืนอยู่ข้างกายเซียวเยี่ยน นางหันไปพยักพเยิดปลายคางให้กับผู้เป่าขลุ่ย พร้อมกับยกยิ้มบนริมฝีปาก “เจ้าเป็นนักฝึกสัตว์หรือหมอผี?”
ไม่รอให้ผู้เป่าขลุ่ยตอบคำ เซียวเยี่ยนลงมือทันที แสงสีทองปรากฏขึ้นในมือของเขา มันดีดตัวออกไปทำลายขลุ่ยในมือของคนผู้นั้นแหลกละเอียด
ริมฝีปากแดงสดของหลินชิงเวยแย้มออกเล็กน้อย นางหัวเราะเบาๆ “วันนี้เจ้าพบข้า ถือว่าเจ้าโชคร้าย” ต่อมาด้วยคำสั่งของนางฝูงงูจึงโอบล้อมกันเข้ามาอยู่บนพื้นดิน ผู้เป่าขลุ่ยผู้นั้นหนีไม่ทันจึงถูกงูพันรัดข้อเท้าจนล้มลงบนพื้น ต่อมาเขาร้องขึ้นด้วยความเจ็บปวด เขาถึงกับถูกฝูงงูกินทั้งเป็นเหลือเพียงโครงกระดูก
โลหิตสดๆ กระจายเต็มพื้นเป็นภาพน่าสยดสยองยิ่งนัก ฝูงงูกินอิ่มแล้วต่างเลื้อยไปข้างหน้า ชาวอวิ๋นหนานที่ถูกส่งมาสังหารเซียวเยี่ยนเห็นเหตุการณ์แล้วต่างมีสีหน้าหวาดกลัว
เพียงแต่ยังไม่รอให้พวกเขาถอนกำลัง ฝูงงูกลับล่าถอยไปก่อน บางส่วนเคลื่อนไหวรวดเร็ว บางส่วนเลื้อยเข้าไปในดิน บางส่วนเข้าไปในพงหญ้า หิมะบนพื้นถูกทำให้สกปรกเลอะเทอะและกลายเป็นเศษน้ำแข็งเปื้อนโลหิต งูที่เลื้อยช้าสักหน่อยมีหิมะติดอยู่ตามตัว และมีบางส่วนยังเลื้อยเข้าไปไม่ถึงถ้ำของตนก็เลื้อยไม่ไหว ในที่สุดงูพิษฝูงใหญ่ต่างนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น บนหิมะ ด้วยถูกทำให้หนาวตาย
งูเดิมทีก็เป็นสัตว์เลือดเย็น เมื่อถึงฤดูหนาวมันจะจำศีลอยู่ในถ้ำ หลินชิงเวยรู้ดีว่านางฝืนกำลังเรียกพวกมันออกมา และ