พวกมันยินดีที่จะเสี่ยงอันตรายออกมาช่วยเหลือนาง ถือเป็นคุณธรรมอันยิ่งใหญ่แล้ว หลินชิงเวยไม่คุ้นเคยกับงูเหล่านี้ แต่สิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดล้วนมีวิธีการสื่อสารของพวกมันเอง พวกมันยอมออกมาแสดงให้เห็นว่าพวกมันคุ้นเคยกับนาง ในเมื่อคนเราสามารถสื่อสารกันในรัศมีพันลี้ งูก็เฉกเช่นเดียวกัน
เพียงแต่บัดนี้พวกมันออกมาจากถ้ำ ยืดหยัดยาวนานเช่นนี้ถือว่าสุดความสามารถ เลือดที่ไหวเวียนอยู่ในร่างกายของพวกมัน เดิมทีก็เป็นเลือดเย็นอยู่แล้ว ซ้ำยังมาผจญกับความหนาวเย็นภายนอก ร่างกายจึงถูกความหนาวเล่นงานจนแข็งตาย
หลินชิงเวยเห็นซากร่างงูที่อยู่บนพื้น แววตาจึงปรากฏให้เห็นความเจ็บปวดและเสียดาย หากมิใช่พวกมัน ไหนเลยจะช่วยชีวิตเซียวเยี่ยนของนางได้เล่า
ชัดเจนยิ่งนักว่าชาวอวิ๋นหนานกลุ่มนั้นเมื่อเห็นฝูงงูจึงล่าถอย แน่นอนว่าพวกเขาไม่ยอมเลิกราเพียงเท่านี้ หัวหน้ากลุ่มมือสังหารกำลังจะออกคำสั่งให้คนทั้งหมดโจมตีอีกครั้ง เสียงควบม้าดังขึ้นจากภูเขาอีกด้านหนึ่งในเวลานี้เอง และไม่ใช่ม้าตัวเดียวแต่เป็นม้าฝูงหนึ่ง
เสียงควบม้านั้นสับสนและหนักแน่น ชาวอวิ๋นหนานและเซียวเยี่ยนต่างไม่เคลื่อนไหว และไม่รู้ว่าผู้ที่กำลังจะมาเป็นมิตรหรือศัตรู
ทว่าหลินชิงเวยกลับรับรู้ได้ว่าร่างของเซียวเยี่ยนตึงเครียดขึ้นเล็กน้อย กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งตามร่างกายของเขา รังสีสังหารแผ่กำจายออกมารอบๆ กายของเขา
หลินชิงเวยหันไปมองเขา นางเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ไม่พบหน้