ะนั้นคนและม้ากลุ่มนั้นหยุดลงไม่ไกลนัก พวกเขาแต่ละคนมีสีหน้าปึ่งชาเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหารและประสบการณ์
เซียวอี้นั่งอยู่บนหลังม้า ทุกๆ อิริยาบถของเขาล้วนเป็นธรรมชาติ เขามองหลินชิงเวยแล้วพูดกลั้วหัวเราะ “เวยเวย ขอบคุณเจ้าที่นำทางให้ข้า หาไม่แล้วข้าคงหาตัวเขาพบไม่เร็วเช่นนี้” พูดแล้วสายตาของเขาก็ตกลงบนพื้นที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและซากงู “ดูท่าแล้วก่อนหน้าที่เปิ่นหวางจะมาถึง ที่นี่ได้เกิดสงครามขึ้นครั้งหนึ่ง เซ่อเจิ้งอ๋อง สบายดีหรือ”
หัวหน้ากลุ่มชาวอวิ๋นหนานเอ่ยปากขึ้นว่า “ที่แท้เป็นเซี่ยนอ๋องที่มาทันเวลา เช่นนั้นดีเหลือเกิน วันนี้ให้พวกเรามาสังหารเซ่อเจิ้งอ๋องด้วยกันเถิด!”
ดวงตาหงส์ของเซียวเยี่ยนหรี่แคบลง เขามองเซียวอี้ “ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ความผิดฐานสมคบคิดกับอวิ๋นหนาน ความผิดนี้เจ้าแบกรับไหวหรือ?”
เซียวอี้กุมสายบังเหียนในมือแล้วหัวเราะ สายตาที่ทอดมองเซียวเยี่ยนเต็มไปด้วยความเย็นชาและนิ่งลึก “ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้ ข้าจะปล่อยให้เจ้ามีชีวิตรอดกลับไปได้อย่างไร?”
อวิ๋นหนานและเซียวอี้ล้อมเซียวเยี่ยนและหลินชิงเวยไว้ตรงกลาง ขอเพียงออกคำสั่งทั้งสองฝ่ายโจมตีกระหนาบเซียวเยี่ยน เซียวเยี่ยนต้องรับศึกทั้งสองด้านย่อมยากจะที่จะรับมือได้