หลงจู๊ให้การช่วยเหลือ เรื่องนี้จึงสำเร็จลงได้”
“สิ่งที่ข้าสามารถทำได้นั้นไม่เพียงพอที่จะนำมากล่าวถึง” หลงจู๊ยื่นหอผ้าออกมาและเอ่ยขึ้นว่า “นี่เป็นเสบียงอาหารแห้งที่ข้าทำขึ้นเล็กน้อย นำมากินเป็นอาหารระหว่างทางได้ หากทั้งสองท่านไม่รังเกียจก็รับไว้เถิด”
หลินชิงเวยสบตาเซียวอี้แวบหนึ่ง ไหล่ของนางสะพายห่อสัมภาระใบหนึ่ง อีกทั้งนี่เป็นสิ่งของที่หญิงงามลงครัวทำด้วยตนเอง อย่างไรเขาก็ควรที่จะรับเอาไว้กระมัง ดังนั้นเซียวอี้จึงรับสิ่งของเอาไว้ “ลำบากหลงจู๊แล้ว”
หลงจู๊หัวเราะ “คุณชายเกรงใจเกินไปแล้ว คุณชายและแม่นางเป็นผู้มีพระคุณของพวกชาวบ้านในเมือง หากวันหน้ามีโอกาสกลับมาเยือนที่นี่อีก ชาวบ้านทั้งเมืองจะต้องยินดีต้อนรับแน่นอน”
หลังจากอำลาหลงจู๊ หลินชิงเวยและเซียวอี้ควบม้าเหยียบย่ำหิมะขาวโพลนจากไป
ข่าวของเมืองจิงโจวถูกเล่าลือออกไปอย่างรวดเร็ว ต่อมาได้ยินว่าท่านเจ้าเมืองผู้นั้นเปิดคลังแจกจ่ายเสบียงอาหารจริงๆ และนำเงินบรรเทาทุกข์ออกมาซื้อเสื้อกันหนาวแจกจ่าย ทุกๆ ครัวเรือนล้วนได้รับสิ่งของ ทว่าต่อมาไม่รู้ด้วยเหตุใด ท่านเจ้าเมืองเสียชีวิตอยู่ในเรือนของตนในกลางดึกคืนหนึ่ง
ส่วนคณะบรรเทาสาธารณภัยของราชสำนักได้ยินเ