นางยืนอยู่หน้าประตู หันไปมองประตูห้องของซินหรู เวลานี้ซินหรูนอนหลับไปแล้ว ระยะทางยาวไกลเช่นนี้ ไม่อาจพานางไปด้วยได้ จึงไม่คิดจะปลุกนางให้ตื่นขึ้นมา
เสี่ยวฉีทำงานอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวก็เตรียมการเสร็จ หลินชิงเวยออกจากเรือน เสี่ยวฉีหันกายติดตามมา นางกลับเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าอยู่ที่นี่”
เสี่ยวฉีตะลึงงันยืนอยู่กับที่
เงาร่างของหลินชิงเวยท่ามกลางเหมันตฤดูเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ดูแลซินหรูให้ดี หากข้ากลับมาแล้วพบว่าเนื้อของนางน้อยลงสักชิ้นละก็น่าดู”
เสี่ยวฉียังคงไม่วางใจ “แต่เหนียงเหนียงออกไปเพียงลำพังเช่นนี้ ข้าน้อยไม่วางใจ!”
“ไฉนจะเป็นการเดินทางเพียงลำพัง เจ้าไม่วางใจ ย่อมต้องมีคนไม่วางใจยิ่งว่าเจ้า”
เสี่ยวฉีดูเหมือนจะกระจ่างแจ้งทันใด เขาได้แต่มองเงาร่างของหลินชิงเวยที่ห่างออกไป นางออกจากตำหนักฉางเหยี่ยนขึ้นหลังม้าหนุ่มตัวสูงใหญ่ควบม้าวิ่งไปข้างหน้า
ประตูวังเปิดตลอดเส้นทาง ไม่มีผู้ใดขัดขวาง นางควบม้าออกจากประตูวัง ด้านนอกมีเพียงความอ้างว้างในยามราตรี ลมหายใจหนาวเหน็บแทบจะจับแข็ง ทว่ากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นอิสรเสรี
นางมุ่งไปข้างหน้า แม้ตำหนักในจะขาดหลินเจาอี๋ไปคนหนึ่ง อย่างไรย่อมต้องมีข่าว