พลันมีความรู้สึกราวกับได้สะสางปมในใจของตน และรู้สึกเคียดแค้นชิงชังในขณะเดียวกัน
คิดไม่ถึงว่าเมื่อไทเฮาหันหลังเดินออกมาจากตำหนักฉางเหยี่ยน กลับพบว่ามีคนกำลังมองขบวนเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ที่เดินห่างออกไปไกลด้วยน้ำตาคลอเบ้านั่นเช่นกัน
นางยืนหลบอยู่ในมุมลับหลังพุ่มไม้ ข้างกายมีเพียงนางกำนัลนางหนึ่งเป็นผู้ติดตาม ชัดเจนอย่างยิ่งว่าไม่ปรารถนาให้ผู้อื่นพบเห็น
โชคไม่ดีนักที่นางถูกไทเฮาพบเห็นเข้า
ไทเฮาถามหมัวมัวข้างกาย “ผู้ใดอยู่ทางด้านนั้น?”
“บ่าวไปเชิญนางมาถามไถ่ให้แจ่มแจ้งเดี๋ยวนี้เพคะ” พูดแล้วหมัวมัวอาวุโสท่านนี้ก็รีบเดินเข้าไป
เดิมทีสตรีนางนั้นกำลังคิดจะพานางกำนัลออกจากที่นั่น ใครเล่าจะรู้ว่าหมัวมัวจะมาเชิญตัวนาง นางไม่กล้าขัดต่อพระเสาวนีย์ของไทเฮา ได้แต่เดินออกมาจากพุ่มไม้แล้วเดินไปหาไทเฮาด้วยท่วงท่าราวกับกิ่งหลิวต้องลมพร้อมกับกล่าวถวายพระพร “หม่อมฉันถวายพระพรไทเฮาเหนียงเหนียงเพคะ”
ไทเฮาคุ้นหน้าคุ้นตาสตรีรูปโฉมงดงามเบื้องหน้า ทว่ากลับนึกไม่ออก
มีสาวงามรุ่นใหม่เพิ่งเข้าวังมา ไทเฮาล้วนไม่เคยได้พบปะพูดคุยกับพวกนาง นางเพียงเคยพบกับบุตรสาวของขุนนางใหญ่ในราชสำนักเป็นครั้งคราว ดังนั้นจึงรู้สึกคุ้นตาอยู่บ