้าง
ท่ามกลางความคุ้นหน้าคุ้นตาของไทเฮา และเห็นอีกฝ่ายมีน้ำตาคลอเบ้า ราวกับเพิ่งจะร่ำไห้มา จึงไตร่ตรองแล้วถามว่า “เจ้าเป็นบุตรสาวของใต้เท้าจาง เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นซีเฟยใช่หรือไม่?”
“หม่อมฉันคือซีอันเพคะ เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ไทเฮาเหนียงเหนียงยังทรงจำได้เพคะ”
ไทเฮามีสีหน้าสีตาเห็นอกเห็นใจสตรีนางนี้ขึ้นมาสองส่วน จึงเอ่ยขึ้นอย่างไม่เกรงใจว่า “หลายวันก่อนเปิ่นกงสวดมนต์อยู่ในตำหนักคุนเหอ กลับได้ยินว่าฝ่าบาทเรียกตัวเจ้าเข้าถวายงาน ปรากฏว่าไม่สำเร็จแล้วถูกส่งตัวกลับไป?”
ซีเฟยได้ยินแล้วใบหน้าพลันซีดขาว การลบหลู่ดูหมิ่นเยี่ยงนี้หากแพร่งพรายในตำหนักในย่อมยากที่จะเงยหน้าขึ้นได้ อีกทั้งฮ่องเต้ยังทรงรังเกียจนางถึงเพียงนั้น เกรงว่าต่อไปคงหมดโอกาสได้รับความโปรดปราน
ไทเฮาทอดมองนางจากมุมสูง แล้วหัวเราะออกมาครั้งหนึ่งก่อนกล่าวว่า “เพียงแต่เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเจ้า เปิ่นกงเห็นรูปโฉมของเจ้างดงามพริ้มเพรา ไม่เหมือนคนที่จะไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ หากจะโทษก็ต้องโทษหลินเจาอี๋ที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับฮ่องเต้ วันนี้เรียกตัวหลินเจาอี๋เข้าถวายงานโดยไม่ได้ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของวังหลวง กลับประทานเสื้อคลุมหงส์ราวกับ