ออกเรือนก็ไม่ปาน”
ซีเฟยก้มหน้าต่ำรับฟังอย่างเคารพนอบน้อมตลอดเวลา
ไทเฮาตวัดสายตามองนางอีกครั้ง “ต่อไป หากเจ้าเฉลียวฉลาดขึ้นก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส”
ซีเฟยยอบกายลงถวายคำนับ “หม่อมฉันจดจำคำสอนของไทเฮาเหนียงเหนียงแล้วเพคะ”
ต่อมาไทเฮาเดินผ่านร่างของนางด้วยท่าทีหยิ่งผยอง ซีเฟยรอกระทั่งไทเฮาเดินจากไปไกลแล้วจึงยืดกายขึ้นเดินนำนางกำนัลกลับไป มาตรว่านางกำนัลผู้นั้นเป็นสาวใช้ที่นางพาเข้าวังจากครอบครัวเดิม พูดจาปากคอเราะรายตลอดทาง ล้วนเป็นคำพูดอาฆาตมาดร้ายต่อหลินเจาอี๋ เพียงซีเฟยไม่ได้แสดงท่าทีอันใดตั้งแต่ต้นจนจบ
ตำหนักซวี่หยางราวกับสว่างไสวขึ้นพร้อมกับการมาถึงของหลินชิงเวย เหล่าขันทีและนางกำนัลในตำหนักซวี่หยางต่างรับรู้ได้ถึงบรรยากาศชื่นมื่น
เสียงร้องบรรเลงขับขานต้อนรับจากประตูวังชั้นแล้วชั้นเล่า หลินชิงเวยลงจากราชรถด้านนอกประตูชั้นที่สอง เท้าเล็กๆ ของนางเยื้องย่างแผ่วเบา กระโปรงสีแดงบนร่างของนางสะบัดพลิ้วคลุมลงบนพื้นยาวเหยียด นางเดินเข้ามาอย่างแช่มช้าอย่างนั้นเอง
บนพื้นที่นางเดินผ่านล้วนปูด้วยพรมสีแดงชั้นหนึ่งไร้ซึ่งฝุ่นธุลี ชายกระโปรงสีแดงยาวลากพื้นของนางไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ เอาไว้
หัวใจของหลินชิงเวยดุจสายน