้ำที่หยุดไหล เมื่อนางเดินเข้าไปในตำหนักของเซียวจิ่น ขันทีสี่คนด้านหลังปิดประตูตำหนักแล้วถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ นางเงยหน้าขึ้นเห็นตำหนักบรรทมอยู่เบื้องหน้าสายตา
เพียงแต่ขณะที่นางยกเท้าขึ้นยังไม่ทันรอให้นางก้าวไปข้างหน้า พลันมีสายลมวูบหนึ่งพุ่งเข้ามาปรากฏให้เห็นเงาร่างสีดำของคนโรยตัวลงมาจากเบื้องบน หลินชิงเวยยังไม่ทันมองให้ถี่ถ้วน เสี่ยวฉีก็ยืนอยู่เบื้องหน้านางเช่นนั้นเอง นางได้แต่ถอยกลับไปก้าวหนึ่ง
เสี่ยวฉีไม่พูดจาชั่วอึดใจหนึ่ง
หลินชิงเวยเลิกคิ้ว “อย่างไรเล่า เพิ่งจะคิดมาขัดขวางข้าในยามนี้?”
เสี่ยวฉีอ้าปากไม่รู้จะพูดอย่างไร ก่อนออกเดินทางเซ่อเจิ้งอ๋องเพียงแต่กำชับสั่งการให้เขาปกป้องคุ้มครองหลินชิงเวย แต่มิได้สั่งการอย่างอื่น แต่ยามนี้หลินชิงเวยต้องเข้าถวายตัวตามราชโองการ ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะเข้าติดตามไปด้วยได้ เพียงแต่…เขาแจ่มแจ้งดีในความสัมพันธ์ระหว่างเจ้านายของตนและหลินชิงเวย เขาเกรงว่าทันทีที่หลินชิงเวยก้าวเข้าไปแล้วจะไม่อาจหันกลับมาอีก
หากท่านอ๋องรู้เข้าจะเป็นอย่างไรนะ?
เสี่ยวฉีเม้มปากแล้วถามขึ้นว่า “เจาอี๋เหนียงเหนียงจะเข้าไปจริงๆ หรือ?”
หลินชิงเวยเอ่ยว่า “มีพระราชโองการลงมาแล้ว ข้า