มีโอกาสปฏิเสธหรือไร”
ดูเหมือนเขาจะโกรธขึ้นมาบ้าง และรู้ทั้งรู้ว่าตนไม่มีคุณสมบัติจะโกรธเช่นกัน อย่างมากก็เป็นการเป็นเดือดเป็นแค้นแทนเจ้านายของตน เซ่อเจิ้งอ๋องออกเดินทางไปไม่นาน นางจำต้อง…เสี่ยวฉีพูดเสียงต่ำ “บังอาจถามเจาอี๋เหนียงเหนียง เช่นนี้แล้วเซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ที่ใด?”
หลินชิงเวยได้ยินแล้วหัวเราะเบาๆ “คำพูดนี้ควรเป็นข้าถามพวกเจ้ามากกว่า เซ่อเจิ้งอ๋องก็ดี ฮ่องเต้ก็ช่าง หรือจะเป็นเจ้า เซียวฉี พวกเจ้าจะให้ข้าทำเช่นใดเล่า?
เสี่ยวฉีตอบไม่ได้ หลินชิงเวยเยื้องย่างเดินไปข้างหน้า เสี่ยวฉีไม่หลีกทางให้นาง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงเอ่ยขึ้นว่า “หากเจาอี๋เหนียงเหนียงไม่ยินยอม ข้าน้อยพาท่านจากไปได้”
หลินชิงเวยฟังแล้วหัวเราะออกมาพรืดหนึ่ง นางช้อนตาขึ้นมองเสี่ยวฉี นางอยู่ในอาภรณ์สีแดงงามวิลาสปานล่มเมือง ทว่ารอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา น้ำเสียงนั้นไพเราะงดงามและเยือกเย็นสุดจะเปรียบ “เจ้าจะมีความสามารถอันใดพาข้าจากไป หากยังไม่ไปอีก เกรงว่ากระทั่งตัวเจ้าเองก็ออกไปไม่ได้”
นางยืนอยู่ด้านนอกประตูตำหนักบรรทมของเซียวจิ่น เขาย่อมแจ่มแจ้งและกำลังรอคอยให้นางเข้าไป
พูดแล้วหลินชิงเวยไม่ใส่ใจเสี่ยวฉีอีก นางเดินผ่านเขาแล้วยกมือขึ้นเคาะ