าสามารถทำได้ก็คือปฏิบัติตามคำสั่งของท่านอ๋องอย่างดี
หลินชิงเวยเห็นสีหน้าของเขาแล้วจึงค่อยๆ คลายมือออกปล่อยเขา “ข้างกายเซ่อเจิ้งอ๋องมีเพียงเจ้าเป็นองครักษ์ผู้ติดตามเพียงคนเดียวหรือไม่?”
เสี่ยวฉีตอบเสียงขื่น “ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”
“เรื่องในคืนนี้ เป็นเจ้าที่คาบข่าวไปบอกใช่หรือไม่?”
ที่จริงแล้วเสี่ยวฉีเองปรารถนาให้หลินชิงเวยออกจากวังอย่างราบรื่นจะแย่ แม้จะช้าไปสองวัน แต่ขอเพียงมุ่งหน้าลงทางใต้ไม่แน่ว่าอาจจะไล่ตามเซ่อเจิ้งอ๋องทัน เขารู้ดีว่าหลินเจาอี๋ที่อยู่เบื้องหน้านี้มิสามัญ หากมีนางอยู่ด้วยย่อมช่วยเหลือเซ่อเจิ้งอ๋องให้ทำงานง่ายขึ้นเท่าตัว เช่นนี้แล้วเขาจะเป็นผู้ไปแจ้งข่าวได้อย่างไร
เสี่ยวฉีตอบ “ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”
หลินชิงเวยถอยหลังไปสองก้าวแล้วหันกายกลับไป “ไสหัวออกไป อย่าให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก”
เสี่ยวฉีมองเงาร่างด้านหลังของนางและเอ่ยขึ้นขณะที่นางกำลังเดินเข้าในห้อง “ขบวนเงินช่วยเหลือของราชสำนักออกเดินทางวันนี้พ่ะย่ะค่ะ แต่เรื่องที่ท่านอ๋องเสด็จลงทางใต้ เรื่องเงินช่วยเหลือเป็นเพียงฉากหน้าเท่านั้น เขาออกจากเมืองหลวงตั้งแต่สองวันก่อนเพื่อความปลอดภัยพ่ะย่ะค่ะ”
มือของหลินชิงเวยหยุดชะงัก ต่อมาเสี่ยวฉีได้ยินเสียง