นี้เซียวจิ่นมิได้สวมอาภรณ์ชุดคลุมมังกรเฉกเช่นยามปกติ วันนี้เขาสวมอาภรณ์ชุดคลุมสีเงินยวงชุดหนึ่ง ตามชายแขนเสื้อปักลวดลายวิจิตรบรรจง มีหยกสีเขียวชิ้นหนึ่งประดับอยู่ข้างเอว เส้นผมดำขลับถูกรัดตรึงไว้ด้วยเกี้ยวหยกสีขาว ดูแล้วเป็นหนุ่มน้อยรูปงามดึงดูดสายตายิ่งนัก
ทว่าหลินชิงเวยมักจะรู้สึกเสมอว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายดายเช่นนี้ เกิดอะไรขึ้นเซียวจิ่นจึงแต่งกายเช่นนี้? ในวังหลวงแห่งนี้ยังมีผู้ใดกล้าเทียบรัศมีกับเขาหรือ? อากาศหนาวเย็นเช่นนี้ในมือเขากลับถือพัดเล่มหนึ่ง
เซียวจิ่นเอ่ยปากขึ้นก่อน “ชิงเวย เจิ้นแต่งกายเช่นนี้ พอใช้ได้หรือไม่?”
หลินชิงเวยพยักหน้า “ดียิ่งเพคะ ฝ่าบาทสวมฉลองพระองค์มังกรจนเบื่อแล้วหรือเพคะ?”
แววตาของเซียวจิ่นเบิกบานปานบุปผาในวสันตฤดู “วันนี้เจิ้นจะออกนอกวัง ชิงเวย เจ้าไปเดินเป็นเพื่อนเจิ้นนอกวังสักหน่อยเถิด”
“…อะไรนะ?” หลินชิงเวยคิดว่านางต้องฟังผิดแน่ๆ
เซียวจิ่นกล่าวกลั้วหัวเราะ “เจิ้นได้ยินมาว่าวันนี้ คณะละครเทียนสุ่ยหยวนลี่หยวนจะเปิดแสดงละครเรื่องใหม่ในเมือง เป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่งนัก เจิ้นดูเหมือนยังไม่ได้ออกไปเดินๆ นอกวัง อย่างไรวันนี้เจิ้นมีเวลาว่างจึงอยากให้เจ้าไปเดินเป็น