หลินชิงเวยดูเหมือนจะมองเห็นเปลวเพลิงในดวงตาของเขา นางหัวเราะ “ท่านคงไม่ได้เสียใจภายหลังแล้วกระมัง ข้ารู้ว่าบุรุษเป็นสัตว์ที่หวงสิ่งของอย่างยิ่ง”
เซียวเยี่ยนค่อยๆ แนบชิดเข้ามา เขาจับจ้องดวงตาของหลินชิงเวย นัยน์ตานั้นลุ่มลึกสุดจะเปรียบ มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ริมฝีปากของเขากำลังจะสัมผัสหลินชิงเวย หลินชิงเวยอ้าปาก ทว่ากลับพบว่าตนเองไม่รู้จะพูดอะไร ได้ยินเพียงเสียงทุ้มต่ำของเซียวเยี่ยนที่ดังขึ้นระหว่างคนทั้งสอง “เสียใจภายหลังแล้วอย่างไรเล่า อย่างไรก็ดีกว่าเจ้าที่ไปหาผู้อื่น”
ไม่รอให้หลินชิงเวยตั้งตัวติด เซียวเยี่ยนกดนางกับชั้นวางหนังสือไม่ให้นางต่อต้าน มือทั้งคู่จับข้อมือของนางเอาไว้แล้วจุมพิตลงมาอย่างถนัดถนี่
แสงสว่างในมุมนี้สลัวเลือนราง เงาร่างของเซียวเยี่ยนครอบคลุมร่างของนาง บนพื้นเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงด้วยหนังสือที่ตกลงมา
…………..
ชั้นวางหนังสือด้านหลังโอนเอนไปมาเกิดเป็นเสียงที่มีมาแต่โบราณกาล หนังสือร่วงหล่นลงบนพื้นสองสามเล่มเป็นพักๆ หนังสือพลิกเปิดเองโดยไม่มีสายลมพัด มีเสียงหอบหายใจพร่าต่ำเป็นระลอก
แสงสว่างด้านนอกหน้าต่างกระเบื้องค่อยๆ มืดลง เสียงลมหายใจอุ่นร้อนผะผ่าวของทั้งสองคนอยู่ที่นั่