ของบดบังแสงสว่างจากฝั่งตรงข้าม ทำให้คลองจักษุของหลินชิงเวยกลายเป็นความมืดสนิท นางตื่นตะลึง ดูเหมือนเห็นชายอาภรณ์สีม่วงเข้มผ่านตาจึงอดไม่ได้ที่จะเดินข้ามชั้นวางหนังสือตัวนี้ เมื่อยืนนิ่งจับจ้องสายตามองไปโดยไม่ขยับ
บุรุษที่ยืนอยู่พิงชั้นวางหนังสือมิใช่เซียวเยี่ยนหรือไร
คิดไม่ถึงว่าเขามาห้องสมุดด้วยเหมือนกัน ยามนี้เขาถือตำราไว้ในมือเล่มหนึ่งดูเหมือนกำลังจดจ่อสมาธิอ่านตำราเล่มนั้น แต่หลินชิงเวยไม่เชื่อหรอกว่าผู้ที่มีสัญชาตญาณป้องกันตัวว่องไวเช่นเขาจะไม่รับรู้ถึงการมาของตน ยิ่งไม่มีทางเชื่อว่าเขาจะมัวแต่อ่านหนังสือจนไม่รู้สึกว่าด้านข้างมีคนเป็นๆ ยืนอยู่คนหนึ่ง
เพียงแต่ดูเหมือนทั้งสองคนล้วนไม่มีอะไรจะพูดต่อกัน หรือหลินชิงเวยในยามนี้พบว่าตนเองมีคำพูดมากมายทว่ายากที่จะเอ่ยปากได้
เซียวเยี่ยนยืนอยู่ที่นั่นเหมือนคนแปลกหน้าคนหนึ่ง
ทั้งๆ ที่ความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองสนิทชิดเชื้อยิ่งขึ้น แต่กลับดูเหมือนยิ่งห่างไกลออกไป
ดูเหมือนเรื่องที่เซียวจิ่นต้องการให้นางควบคุมดูแลตำหนักใน เขาไม่พูดจาแทนหลินชิงเวยแม้สักประโยค ไม่รู้ว่าจนด้วยเหตุผลหรือไม่ใส่ใจจริงๆ
ทั้งสองยืนอยู่เงียบๆ เนิ่นนาน กระทั่งบรรยากาศภายในห้องส