ว่า “เรื่องนี้เจิ้นไม่ได้ปรึกษาหารือกับเจ้าก่อน เจิ้นขอโทษเจ้าได้หรือไม่?”
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมาเซียวจิ่นด้วยสายตาสงบนิ่ง “เรื่องนี้ฝ่าบาทลำบากใจมากจริงๆ แต่ที่ข้าอยากรู้ก็คือ ฝ่าบาทคงไม่ได้ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อรั้งให้ข้าอยู่ที่นี่กระมัง หากเป็นเช่นนั้น ฝ่าบาทไม่ต้องเสียเวลาอีกแล้ว”
เซียวจิ่นตื่นตะลึงแล้วหัวเราะเสียงขื่น “ชิงเวยเจ้าว่องไวปราดเปรียว ไม่ว่าอะไรก็ปิดบังเจ้าไม่ได้ เจิ้นเคยคิดเช่นนี้จริงๆ หากรั้งเจ้าให้อยู่ที่นี่ได้ เจิ้นย่อมยินดี แต่เมื่อคิดว่าหากทำเช่นนี้ เจ้าคงไม่มีความสุข เช่นนั้นแล้วต่อให้เจิ้นยินดีเพียงใดแล้วจะมีประโยชน์อันใดเล่า”
หลินชิงเวยพูดอย่างไม่สบายใจ “ใต้หล้านี้ไม่มีงานเลี้ยงที่ไม่เลิกรา ฝ่าบาทไฉนยังทำเช่นนี้”
เซียวจิ่นวางตะเกียบลง “ดังนั้นเมื่อเจิ้นตัดสินใจเช่นนี้ย่อมไตร่ตรองอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว คำสัญญาที่เจิ้นให้กับเจ้าไม่มีทางกลับคำ เพียงแต่สถานการณ์ในเวลานี้นอกจากเจ้าแล้วเจิ้นไม่มีใครที่จะไว้ใจได้ เจิ้นเชื่อใจเพียงเจ้า เจิ้นรู้เช่นกันว่าเจ้าไม่มีทางรับปากอย่างยินดี ไม่สู้ให้คิดเสียว่านี่เป็นการทำการค้าระหว่างเจิ้นกับเจ้าก็แล้วกัน”
หลินชิงเวยหันไปมองเขา
เขายิ้มอ่อนโยน