ด้ แต่หลินชิงเวยไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย รอให้นางนอนอิ่มแล้วค่อยเปิดประตูออกอย่างเชื่องช้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะลึมสะลือ หัวคิ้วนั้นกลับขมวดมุ่น
นางไปยังห้องรับประทานอาหาร ล้างมือแล้วนั่งลง
เซียวจิ่นเห็นซินหรูยืนอยู่ด้านข้างจึงพูดว่า “ซินหรู เจ้าเข้ามานั่งกินด้วยกันเถิด”
เมื่ออยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยน ซินหรูกินอาหารร่วมกับหลินชิงเวยตลอด นางก้าวเข้ามานั่งอย่างไม่เห็นเป็นอื่นเช่นกัน
หลินชิงเวยพูดอย่างเกียจคร้าน “ฝ่าบาทไฉนจึงมีเวลาว่างมาตำหนักฉางเหยี่ยนของหม่อมฉันได้?”
บัดนี้เปลี่ยนเป็นเซียวจิ่นคีบกับข้าวให้หลินชิงเวยเสียแล้ว เขาคีบเนื้อปลาสดให้นางชิ้นหนึ่งและทำเหมือนหลินชิงเวยเมื่อแรก เลาะก้างปลาออกให้นางแล้ววางลงบนถ้วยของหลินชิงเวย เขามองสีหน้าของหลินชิงเวยพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ ว่า “ชิงเวย เจ้าคงไม่ได้โมโหเจิ้นอยู่หรอกนะ”
นอนหลับไปตื่นหนึ่ง หลินชิงเวยแจ่มใสขึ้นมากและจิตใจสงบลงมากเช่นกัน เมื่อกลางวันนางโมโหอยู่สองส่วนจริงๆ ยามนี้เมื่อคิดดูแล้วไม่มีอะไรให้ต้องโมโห หากนางเป็นเซียวจิ่น ย่อมต้องทำเช่นที่เซียวจิ่นทำเช่นกัน อีกทั้งปรารถนาว่าจะได้รับการสนับสนุนจากตน
เซียวจิ่นเห็นนางไม่พูดจาจึงพูดอีก