มิอาจบดบังความหล่อเหลาและบุคลิกของเขาได้ เขาสะบัดแขนเสื้อพูดกับหมัวมัวเสียงเย็น “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!”
หมัวมัวรู้ที่จะทำตัวเป็นคนเลวฟ้องร้องก่อน นางกล่าวทั้งร่ำไห้ “ฝ่าบาท เป็นหลินเจาอี๋…หลินเจาอี๋นางวางแผนลอบสังหารไทเฮาเพคะ พวกบ่าวขัดขวางไม่ให้นางทำสำเร็จจึงถูกทุบตีจนเป็นเยี่ยงนี้ ขอฝ่าบาทคืนความเป็นธรรมให้กับไทเฮาด้วยเพคะ!”
เซียวจิ่นย่อมไม่ฟังความของพวกนางเพียงฝ่ายเดียว ต่อให้ต้องฟัง เขาก็ต้องฟังหลินชิงเวยเช่นกัน
เซียวจิ่นเห็นหลินชิงเวยกำลังยุ่งจึงมิได้เข้าไปรบกวน “ไทเฮาเป็นอะไร?”
หมัวมัว “เมื่อสักครู่มีงูตัวหนึ่งเลื้อยขึ้นมาบนหลังของไทเฮาเพคะ ไทเฮาจึงถูกงูพิษกัด! นั่นเป็นงูพิษ งูพิษ จะต้องเป็นพวกเดียวกับหลินเจาอี๋แน่ หลินเจาอี๋ปรารถนาปลงพระชนม์ไทเฮาเพคะ!”
“เหลวไหล!” เซียวจิ่นโกรธจัด ก่อนหน้านี้เมื่อเขาต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นจึงทำให้อยู่ต่ำกว่าผู้อื่นขั้นหนึ่ง กระทั่งการพูดจากับเขาก็ทำให้คนรอบข้างล้วนรู้สึกว่าเขาปรึกษาหารือได้โดยง่าย จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก คนภายในตำหนักในล้วนฟังคำสั่งของไทเฮา และหากเป็นเรื่องใหญ่มีความสำคัญล้วนฟังคำสั่งของเซ่อเจิ้งอ๋อง
เซียวจิ่นเป็นคนอารมณ์ดี สุภาพอ่อนโยน ทว่าบัดนี้เขาโกรธเคืองก็ทำให้ผู้อื่นรู้สึกตะลึงงันได้ อีกทั้งเขาหาใช่เด็กน้อยที่ยังต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้รถเข็นตลอดเวลาไม่ เขาเป็นฮ่องเต้ของใต้หล้ายืนอยู่เบื้องหน้าหมัวมัว เปี่ยมไปด้วยอำนา