หลินชิงเวยไปถึงตำหนักคุนเหอ ยามนี้ไทเฮารอนางกระทั่งสิ้นความอดทนแล้ว ทันทีที่นางเดินเข้าไปร่างของไทเฮาก็กระโจนออกมาด้วยแววตาของเสือดุร้าย ขาดแต่ยังไม่ได้ลงมือทำร้ายนางให้ตายจริงๆ เท่านั้น
สีหน้าของไทเฮาอิดโรยเหนื่อยล้าอย่างยิ่งยวด ผงแป้งประทินโฉมหนาเตอะมิอาจปิดบังผิวพรรณเหลืองคล้ำของนางเอาไว้ได้ แม้อาภรณ์ยังคงหรูหราสมฐานะ มงกุฎหงส์และปิ่นหงส์ที่อยู่บนศีรษะยังคงสง่างามสูงศักดิ์เหลือประมาณ เครื่องประดับที่ส่องประกายระยิบระยับเหล่านั้นกลับยิ่งส่งให้ใบหน้าของนางดูดำคล้ำแตกต่างจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
หลินชิงเวยเพิ่งจะยอบกายถวายคำนับอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม “ถวายพระพรไทเฮาเพคะ วันนี้สีพระพักตร์ไทเฮาไม่เลวเลยเพคะ”
คำพูดเพียงประโยคเดียวส่งผลให้ไทเฮาเดือดดาลได้ทันที ขาดเพียงยังมิได้บันดาลโทสะเท่านั้น
ไทเฮาตบลงบนเก้าอี้หงส์ พูดอย่างกราดเกรี้ยวว่า “เจ้าช่างลืมตาพูดปดได้เหมือนจริงยิ่งนัก!”
หลินชิงเวยเลิกคิ้ว “มิกล้าเพคะ ไทเฮาสีพระพักตร์ไม่ย่ำแย่ แววตาที่ทรงทอดพระเนตรหม่อมฉันปกติดียิ่ง เพียงแต่ชราภาพกว่าก่อนหน้านี้ไม่ใช่เพียงสิบปี ทว่าเช่นนี้กลับทำให้ดูแล้วเหมือนไทเฮาพระองค์หนึ่งมากขึ้นอีกเพคะ”
“เปิ่นกงรู้ว่าเป็นฝีมือของเจ้า!” หน้าอกของไทเฮากระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโมโห “พูด! เจ้าทำอะไรกับเปิ่นกงกันแน่?! หากวันนี้เจ้าไม่พูดออกมา เปิ่นกงไม่มีวันปล่อยให้เจ้ามีชีวิตออกไปจากตำหนักคุนเหอเด็ดขาด!”
“พู