เพื่อแผนการในวันนี้ได้แต่หวังว่าซินหรูจะสามารถส่งข่าวไปยังตำหนักซวี่หยางได้สำเร็จ
ทันทีที่สิ้นเสียงของไทเฮา หมัวมัวรูปร่างกำยำใหญ่โตสี่คนก็เดินเข้ามา ดูท่าแล้วไทเฮาไม่ปรารถนาให้เรื่องราวบานปลายใหญ่โตเกินไปนัก จึงได้แต่ให้คนสนิทข้างกายของไทเฮาเป็นผู้เข้ามาจับกุมหลินชิงเวย หากจับตัวหลินชิงเวยได้ซ้ำยังบีบบังคับให้นางบอกวิธีการรักษาไทเฮาให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้ แต่เรื่องนี้หากทำอย่างเอิกเกริกย่อมไม่อาจคลี่คลายได้ เช่นนั้นอาจมีความเป็นไปได้ว่าไทเฮาจะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ
ผู้ที่เข้ามาจัดการเรื่องนี้ในลำดับแรกเป็นคนสนิทที่ไว้เนื้อเชื่อใจ หากหมัวมัวสี่คนนี้ยังไม่อาจควบคุมหลินชิงเวยไว้ได้อีก ย่อมต้องเรียกใช้ขันทีและนางกำนัลคนอื่นๆ ในตำหนักคุนเหอแล้ว ไทเฮาพูดอย่างชัดเจนว่าอย่าได้ทำให้เรื่องราวบานปลายเพื่อเหลือทางลงให้กับตนเองในภายหลัง
หมัวมัวขวางทางของหลินชิงเวย ไทเฮาพูดกลั้วหัวเราะ ทั้งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ด้านหลัง “หลินชิงเวย เปิ่นกงจะดูว่าวันนี้เจ้าจะหนีไปที่ใด!”
หลินชิงเวยเผชิญหน้ากับหมัวมัวทั้งสี่คนด้วยท่าทีปราศจากความกริ่งเกรง นางวางเชิงเทียนเปื้อนเลือดในมือลง ก้มหน้าลงมองคราบเลือดเป็นจุดๆ บนกระโปรงของตนเอง บนใบหน้ามีกลิ่นคาวเลือด นางยกมือขึ้นลูบหยดเลือดที่กระเด็นมาบนข้างแก้มออกพร้อมกับยิ้มด้วยคิ้วและตา
รอยยิ้มนั้นสุขุมนิ่งลึก ทำให้หมัวมัวทั้งสี่รู้สึกราวกับได้เผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ