ในเมื่อต่างฝ่ายต่างฉีกหน้ากันจนถึงขั้นนี้แล้ว วันนี้หากปลาไม่ตายก็ต้องแหขาด นางยังต้องใส่ใจเรื่องผายลมอันใดอีก
ไทเฮาร้อนใจจนไม่อาจรีรอได้อีกต่อไป “ยังไม่รีบลงมืออีก!” ไม่รอให้เหล่าหมัวมัวฟังคำสั่งและลงมือจัดการก็ได้ยินไทเฮากรีดร้องเสียงแหลม
ด้วยไม่รู้เริ่มตั้งแต่เมื่อใดที่ไทเฮาจดจ่อสมาธิอยู่บนร่างของหลินชิงเวย นางจึงไม่รู้สึกตัวเลยว่าชิงหลันได้เข้ามาใกล้ร่างของนาง ซ้ำยังเลื้อยขึ้นมาจากแผ่นหลังของนาง
ไทเฮารับรู้ถึงสิ่งของเย็นวาบบางอย่าง ปรากฏว่าเมื่อนางหันหน้ากลับไปมองพลันได้เผชิญหน้ากับหัวของงูตัวหนึ่ง ต่อให้ไทเฮาเคยถูกชิงหลันทำให้ตกใจมาก่อน แต่ยามนั้นมันเพียงต้องการทำให้นางตกใจ ครั้งนี้กลับต่างออกไปด้วยครั้งนี้มันเอาจริง ต่อมาไทเฮากรีดร้องเสียงแหลมครั้งหนึ่ง ชิงหลันอ้าปากของมันอย่างมิเกรงอกเกรงใจเช่นกัน ปรากฏให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ อันแหลมคมทั้งสองซี่ มันฝังเขี้ยวลงไปจังๆ บนหัวไหล่ของไทเฮา
ไทเฮาตื่นตระหนกเสียขวัญอย่างที่สุด นางไม่มีเวลาหวาดกลัวอีกต่อไป ด้วยความเจ็บปวดที่ส่งผ่านเข้ามาในประสาทสัมผัสทำให้นางต่อสู้ดิ้นรนตามสัญชาตญาณ นางยื่นมือออกไปไปจับชิงหลันเอาไว้ ชิงหลันดูเหมือนไม่ยอมคลายเขี้ยวของมันออกจากหัวไหล่ของไทเฮา ร่างของมันจึงพันไปรอบๆ ข้อมือของไทเฮา
ไทเฮาสีหน้าซีดขาว ถอยหลังไปหลายก้าว
“ไทเฮา!”
หมัวมัวหลายคนนั้นไหนเลยจะมีกะจิตกะใจจัดการหลินชิงเวย พวกนางก้าวขึ้นไปข้างหน้าทันทีคิ