ดจะขับไล่งูตัวนั้นออกไป ทว่ายังไม่ทันรอให้ร่างของพวกนางเข้ามาใกล้ ชิงหลันก็ถอยทัพกลับไปเอง มันเลื้อยลงบนพื้นอย่างรวดเร็วและหนีออกไปทางหน้าต่างทันที
เหล่าหมัวมัวไม่มีเวลาไล่ตามจับงูตัวนั้นด้วยไทเฮาถูกงูกัด ไทเฮาล้มลงบนพื้น บาดแผลบนหัวไหล่ของนางมีรอยเลือดปรากฏอยู่ ความเจ็บปวดนั้นกระจายไปทั่วร่างกายภายในเวลาอันรวดเร็ว บริเวณบาดแผลล้วนชากระทั่งไร้ความรู้สึก
หมัวมัวดูรอยเลือดดำคล้ำที่ซึมออกมาแล้วพูดอย่างตระหนกว่า “แย่แล้ว งูมีพิษเพคะ!”
“เร็วเข้า! รีบไปเชิญหมอหลวงเร็ว!”
หมัวมัวสองคนวิ่งออกไปด้านนอกด้วยความตกใจ หลินชิงเวยพูดขึ้นไม่ช้าไม่เร็วว่า “รอเชิญหมอหลวงมา คาดว่าไทเฮาก็คงสวรรคตไปแล้ว”
ไทเฮาไม่ได้สติ หมัวมัวผู้มีประสบการณ์คลายอาภรณ์บริเวณหัวไหล่ของไทเฮา เริ่มใช้ปากของตนดูดเลือดพิษออกมา หมัวมัวอีกคนหนึ่งได้ยินเช่นนั้นจึงหันมามองด้วยสายตาเคียดแค้นชิงชัง “หลินเจาอี๋บังอาจนัก ไทเฮาเหนียงเหนียงถูกงูกัด เจ้ายังพูดจาไม่เป็นมงคลที่นี่!” ต่อมาหมัวมัวนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้จึงตะลึงงันแล้วรีบกล่าวว่า “หลินเจาอี๋ถวายการรักษาพระวรกายของฝ่าบาท ทรงร้ายกาจเช่นนั้น มิใช่แตกฉานในวิชาแพทย์หรือ มัวตะลึงอะไรอยู่อีก ยังไม่รีบมาช่วยถอนพิษให้ไทเฮาอีก! หากเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับไทเฮา เจ้าเลิกความคิดที่จะมีชีวิตอยู่เช่นกัน!”
หมัวมัวที่วิ่งออกไปยังไม่ได้วิ่งออกไปจากลานเรือน กลับเผชิญหน้ากับเสียงที่ขานขึ้นว่า “ฝ่า