ดอะไรเพคะ?” หลินชิงเวยหรี่ตาลง “ต้องการให้หม่อมฉันพูดเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนวันนั้นออกมาหมดเปลือกหรือเพคะ?”
ที่นี่ยังมีนางกำนัลและขันทีอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นจริงหรือเป็นเท็จขอเพียงหลินชิงเวยพูดออกมา ต่อให้เป็นเท็จก็ยังถูกเล่าลือจนกลายเป็นเรื่องจริงไปได้ ไทเฮาจึงให้ข้ารับใช้ทั้งหมดถอยออกไป เหลือเพียงหมัวมัวที่รู้ตื้นลึกหนาบางดีเพียงสองคนเอาไว้เท่านั้น
ไทเฮารู้เช่นกันว่าหากไม่ต้องการให้เรื่องในคืนนั้นแดงขึ้นมา นางย่อมมิอาจลงโทษหลินชิงเวยอย่างเปิดเผยได้
หลังจากข้ารับใช้ออกไปหมดแล้ว ไทเฮาเดินลงมาจากเก้าอี้หงส์ ถามน้ำเสียงคาดคั้นว่า “ถามเจ้าอีกครั้ง เจ้าทำอะไรกับเปิ่นกงกันแน่?!”
หลินชิงเวยยักไหล่ “เกิดแก่เจ็บตาย ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่าผู้ใดล้วนไม่อาจฝ่าฝืนได้ ไทเฮารู้สึกไม่สบายพระวรกาย เช่นนั้นเรียกตัวหมอหลวงมาตรวจว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นก็พอแล้ว หรือจะกล่าวว่าไทเฮาไร้เดียงสาถึงขนาดไม่อาจยอมรับที่ตนเองชราภาพลงอย่างรวดเร็วเยี่ยงนี้? เช่นนั้นย่อมไร้ประโยชน์ที่จะเรียกหมอหลวง ด้วยนี่เป็นโรคทางใจอย่างแท้จริงเพคะ”
“เจ้า!”
หมัวมัวทั้งสองก้าวขึ้นมาข้างหน้าทันที เตรียมที่จะเข้าไปขนาบซ้ายขวา
หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นอย่างเบิกบานใจ “คิดจะตบตีคนหรือ มาสิ ตีสิ หลังจากตีแล้ว เจ้าก็ยังคงมีสภาพแก่ชราเยี่ยงนี้” หมัวมัวทั้งสองคนได้รับสัญญาณจากไทเฮาจึงได้แต่หยุดฝีเท้า หลินชิงเวยพูดขึ้นอีกว่า “ขอไทเฮาทรงไตร่ตรองให้