ดังนั้นนางกำนัลทั้งสองจึงจุดโคมไฟใต้ระเบียงทางเดินให้สว่างขึ้นทีละดวงๆ อีกครั้ง แน่นอนว่าพวกนางหาได้รู้ว่าเซ่อเจิ้งอ๋องกลับมาตั้งนานแล้ว
เสียงสนทนาด้านนอกประตูค่อยๆ ห่างไกลออกไป ในที่สุดก็ถูกเสียงฝนด้านนอกเข้ามาแทนที่ ลมหนาวอันเย็นเยียบของฤดูสารทเข้าครอบคลุม หลังจากฝนซาลงแล้วเสียงน้ำฝนที่หยดลงในบ่อน้ำจึงดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบ
หลินชิงเวยไม่รู้ว่าตนเองนอนหลับลึกไปตั้งแต่เมื่อใด นางรู้สึกเห็นเพียงด้านนอกขอบหน้าต่างเป็นสีขาว
นางนอนหลับไปนานยิ่ง เปลือกตาของนางหนักอึ้ง กระทั่งไม่อาจลืมขึ้นได้ ความรู้สึกสะลึมสะลือ
เมื่อหลินชิงเวยลืมตาขึ้นในที่สุดยังคิดว่าฟ้ายังไม่สาง ด้วยนางเห็นท้องฟ้านอกหน้าต่างเป็นสีดำสนิท
เป็นเวลาเนิ่นนานหลังจากนั้น นางจึงลุกขึ้นมานั่งบนเตียงแล้วพลันอยากร้องตะโกนออกมาทันที
บนร่างของหลินชิงเวยมีเพียงผ้าห่มบางๆ ผืนหนึ่ง เมื่อลุกขึ้นนั่ง นางรู้สึกว่าเอวของตนเมื่อยล้าแทบหัก
หลินชิงเวยช้อนตาขึ้นมองอดที่จะตกตะลึงไม่ได้ นี่ไม่ใช่ห้องของเซียวเยี่ยนในตำหนักอวี้หลิง นี่เป็นห้องของนางและนางกำลังนอนอยู่บนเตียงของตนเอง
หลินชิงเวยประคองหน้าผากของตนนั่งอยู่พักหนึ่ง กระทั่งรับรู้ได้ว่าลมเย็นสัมผัสร่างของตน นางจึงได้สติกลับมา ถูกต้องแล้ว นี่เป็นยามไหนกันแน่?
หลินชิงเวยคลานลงจากเตียง เท้าทั้งคู่ยืนให้มั่นคงอย่างยากลำบาก
กระทั่งนางเดินไปถึงห้องอาบน้ำจึงนึกขึ้นได้ว่า ที่นี่ไม่เ