อะไรขึ้นกับเจิ้นก็ยังมีเจ้าอยู่มิใช่หรือ ดังนั้นเจิ้นจึงต้องการพาเจ้าไปด้วย”
หลินชิงเวยหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “เช่นนั้นหม่อมฉันยังต้องขอบพระทัยฝ่าบาทแล้วจริงๆ เพคะ ฝ่าบาทเสด็จออกไปผ่อนคลายจิตใจย่อมไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอันใด”
เซียวจิ่นกล่าวอย่างยินดี “เช่นนั้นเจิ้นจะให้คนไปเตรียมการ”
ที่จริงแล้วก่อนหน้าที่จะเรียกตัวหลินชิงเวยนั้น เซียวจิ่นได้ถ่ายทอดคำสั่งลงไปแล้ว ย่อมมีคนไปเตรียมการ สนามม้าแห่งนี้จะบอกว่าไม่ไกลนัก ทว่าต้องใช้เวลาเดินนานพอสมควร แต่อย่างไรมิได้ออกจากวังหลวงก็เป็นพอ ภายในวังหลวงมีสนามเลี้ยงม้าโดยเฉพาะ มันถูกสร้างติดอยู่กับหน้าผาของภูเขา มีเนินเขาสูงต่ำ ในรูปทรงกลม พื้นที่โดยรวมราวๆ ยี่สิบลี้
เมื่อเริ่มแรกนั้นสนามม้าแห่งนี้นำมาเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับคนในราชสกุล แข่งตีคลี ทว่าต่อมาความนิยมในกีฬาชนิดนี้ลดลง ราชสกุลจึงไม่ค่อยนิยมเล่นอีก สนามแห่งนี้จึงว่างมาโดยตลอด ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนเป็นสถานที่สำหรับฝึกเลี้ยงม้าโดยเฉพาะ
วันนี้เซียวจิ่นสวมฉลองพระองค์สีขาวทั้งชุด บนอาภรณ์ของเขาปักลวดลายมังกรและเมฆมงคลอันวิจิตรดังเดิม เส้นผมสีดำขลับของเขาถูกรวบตรึงไว้กับเกี้ยวหยกสีขาว ส่งผลให้คนดูแล้วสดชื่นแจ่มใสและคมสันยิ่ง เมื่อเขาหัวเราะขึ้นมา ปราศจากการวางท่าของฮ่องเต้ทำให้ผู้คนใกล้ชิดด้วยอย่างง่ายดาย
ส่วนเซียวเยี่ยนสวมอาภรณ์สีม่วงเข้มทั้งชุด มิใช่อาภรณ์ชุดคลุมแขนเสื้อกว้างเหมือนยาม