จะเงยหน้าขึ้นมาได้อย่างไรใช่ไหมเจ้าคะ?” ฝูอวี้ช้อนตาขึ้นมองหลินชิงเวยตรงๆ “ต่อให้ไม่มาที่นี่ ต่อไปข้าก็จะเงยหน้าขึ้นได้แล้วหรือเจ้าคะ? เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกใกล้เคียงเหล่านั้นที่รู้เรื่องของข้า ไม่ว่าข้าจะเดินไปที่ใดหรือทำอะไร พวกเขาก็จะมองข้าด้วยสายตาสมเพชและเวทนา ข้ารู้ว่าที่นี่คือหอโคมเขียว เป็นสถานที่ที่ใช้กามารมณ์มารับรองลูกค้า อยู่ที่นี่ไม่มีใครรังเกียจใคร เพราะทุกคนล้วนเหมือนกัน แต่อยู่ที่นี่ได้แต่งตัวงดงามจับใจผู้คนได้ อาหารทุกมื้อไม่เพียงแต่กินให้อิ่มท้องได้ ยังได้กินอาหารดีๆ มากมาย รอให้ข้าคุ้นเคยกับที่นี่แล้ว มามาก็จะหาคนมาสอนข้าเขียนหนังสือ สอนข้าบรรเลงพิณ ร่ายรำ เมื่อก่อนไม่ว่าข้าจะพยายามเพียงใดก็ไม่มีโอกาสเรียนรู้ในเรื่องเหล่านี้ ต่อไปข้าจะไม่ใช่คนที่ทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง เมื่อคนอื่นมองข้า นอกจากรูปร่างหน้าตาอันงดงามของข้าแล้วย่อมต้องมีอย่างอื่นที่สามารถแสดงฝีมือออกมาได้บ้าง”
หลินชิงเวยถามเบาๆ “สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นมามาพูดให้เจ้าฟังหรือ”
“ไม่ใช่เจ้าค่ะ เป็นข้าที่คิดเช่นนี้เอง” ฝูอวี้พูด “หญิงโคมเขียวแล้วอย่างไรเล่า พี่สาวไม่ใช่เคยพูดว่า ข้าไม่กลัวคนอื่นรังเกียจ ขอเพียงตัวข้าเองไม่รังเกียจตัวเองก็พอแล้ว”
ในต้าเซี่ย หอคณิกาถือเป็นการค้าและอาชีพอย่างหนึ่งที่ถูกกฎหมาย แม้ว่าหญิงในหอคณิกาจะมีสถานะต่ำต้อย แต่ก็เป็นอาชีพๆ หนึ่ง หลินชิงเวยกล่าว “ในเมื่อเจ้าได้ตัดสินใจ