กับหลินชิงเวยว่า “มะรืนนี้ ข้าก็จะเข้าไปศึกษาในสำนักศึกษาที่ดีที่สุดของเมืองหลวงแล้ว!” พูดแล้วก็หันหน้าวิ่งกลับเรือนไป
หลินชิงเวยยืนอยู่นอกเรือนที่คุ้นเคยหลังหนึ่ง หันหน้ามองเข้าไป ด้วยเพราะอากาศร้อนแล้ว สองย่าหลานจึงนำกับข้าวมากินในลานเรือน ใช้โต๊ะตัวหนึ่งวางอาหาร บนโต๊ะอาหารมีไก่ที่ตุ๋นเสร็จแล้วในชามกำลังส่งควันฉุย ทันทีที่หวังเสี่ยวเป่ากลับไปยังไม่ทันได้ล้างมือก็หยิบน่องไก่ในชามมากัดทันที มือหนึ่งถือน่องข้างหนึ่ง กัดด้านละสองคำ รอยายหวังไปหยิบน้ำกลับมาให้เขาล้างมือพบว่าเขากินน่องไก่จนแทบจะเหลือแต่กระดูกแล้ว จึงพูดว่า “ไอหยา เสี่ยวเป่า ไฉนเจ้าจึงไม่ล้างมือก่อนกินเล่า กินแล้วท้องเสียจะทำอย่างไรเล่า” นางทางหนึ่งเช็ดมือให้เสี่ยวเป่า หวังเสี่ยวเป่าใช้มืออีกข้างหนึ่งไปหยิบเนื้อไก่มากิน ยายหวังยังคงพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงปรานีว่า “ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องรีบ รออีกสองวันเจ้าก็จะไปร่ำเรียนในสำนักศึกษาแล้ว กลับมาย่าจะตุ๋นไก่ให้เจ้ากินทุกวัน”
หลานชายที่นางอบรมสั่งสอนก็คงเป็นได้เท่านี้ ดูเหมือนจะเลวร้ายลงกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่ยายหวังยังคงรักเขา ขาดเพียงแต่ไม่ได้เห็นเขาเป็นเช่นบรรพบุรุษเท่านั้นเอง
ว่ากันตามฐานะของยายหวัง อย่าว่าแต่จะกินไก่ทุกวัน มีน่องไก่กินก็นับว่าเป็นเรื่องไม่เลวแล้ว แต่เมื่อดูจากสถานการณ์เบื้องหน้า ดูเหมือนฐานะของครอบครัวพวกเขาเปลี่ยนแปลงไปมาก
หลินชิงเวยอดที่จะขมวดคิ้วถามเซียวเยี่ยน