ุรุษคนหนึ่ง?”
ไม่มีผู้ใดบอกนางว่าฆาตกรโรคจิตที่ถูกจองจำอยู่ในห้องขังนั้นชื่นชอบสตรีมากกว่า ด้วยเหตุนี้นางคิดว่าผู้เคราะห์ร้ายล้วนเป็นสตรีทั้งสิ้น
เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ “ผู้เคราะห์ร้ายหกคน มีสองคนเป็นบุรุษขอรับ”
หลินชิงเวยดูหน้าตาของศพที่เป็นบุรุษนี้ เป็นบุรุษหน้าตางดงามคนหนึ่ง ค่อนไปทางบุรุษที่มีหน้าตาเหมือนสตรีอยู่สองส่วน ที่สำคัญก็คือบุรุษผู้นี้มีไฝที่หว่างคิ้วเม็ดหนึ่งทำให้ใบหน้าของเขาดูแล้วเพิ่มความชวนมองขึ้นอีกหลายส่วน แต่น่าเสียดายที่ใบหน้านี้เหมือนใบหน้าของสตรีก่อนหน้านี้ ล้วนถูกทำลายโฉมเสียสิ้น ล้วนเป็นร่องรอยบาดแผลที่ทิ่มแทงสายตายิ่งนัก ดูท่าแล้วฆาตกรเกลียดชังใบหน้างดงามของพวกเขา
เอาเถิด หลินชิงเวยยอมรับกับตนเองว่าเวลานี้มิใช่เวลาที่จะมาชื่นชมบุรุษรูปงาม อีกทั้งศพของคนตายจะมีอะไรให้ชื่นชม แต่นางยังคงพูดว่า “บุรุษรูปงามมีไฝกลางหว่างคิ้ว ควรจะพบได้น้อยยิ่งนัก”
เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ “พูดแล้วก็บังเอิญยิ่งนัก ในจำนวนผู้ตายทั้งหกคน ไม่ว่าจะเป็นบุรุษหรือสตรีล้วนมีไฝกลางหว่างคิ้วเหมือนกันทุกคน”
หลินชิงเวยตกตะลึง ผู้ตายมีสิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง นี่คือเบาะแสสำคัญอย่างหนึ่ง แสดงให้เห็นว่าคนมีไฝกลางหว่างคิ้วส่งผลกระทบโดยตรงต่อจิตใจของนักโทษที่ถูกจองจำในห้องขังคนนั้น
หลินชิงเวยถาม “ล้วนเป็นคนที่หน้าตางดงามใช่หรือไม่?”
เจ้าหน้าที่ชันสูตรศพ “ถูกต้องขอรับ สตรีรูปโฉมงดงามยิ่ง บุรุษล้วนเป็