ข้างกายเขามีมือปราบคนหนึ่งนั่งยองๆ อยู่ ตามที่ท่านเจ้าเมืองแนะนำเขาคือมือปราบหลิวของจวนว่าการ มือปราบหลิวกำลังไต่สวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้กับบุรุษผู้นี้ ซ้ำยังให้ความเห็นว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัย
ด้วยบุรุษผู้นี้เป็นสามีของสตรีที่นอนตายอยู่ในเรือน จึงเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่ง มือปราบหลิวทำการไต่สวนย่อมไม่ผิดอันใด เพียงแต่ทันทีที่เอ่ยถึงการตายของสตรี บุรุษผู้นี้ก็มีอาการตึงเครียด เขาจับชายอาภรณ์ของมือปราบหลิวแล้วคำรามเสียงต่ำด้วยดวงตาแดงก่ำทั้งคู่ “ข้าไม่ได้สังหารภรรยาของข้า! ข้าไม่ได้สังหารนาง! ข้าไม่ใช่ฆาตกร!”
“เจ้ามีหลักฐานอันใดพิสูจน์ว่าเจ้าไม่ใช่ฆาตกร? เมื่อคนของพวกเรามาถึงที่นี่ เจ้าอยู่ในสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม ส่วนภรรยาของเจ้าตายแล้ว” มือปราบหลิวพูด
บุรุษผู้นั้นเงียบไปเขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่ถลึงตามองมือปราบหลิวด้วยดวงตาแดงก่ำ มือปราบหลิวโบกไม้โบกมือให้มือปราบอีกสองคนก้าวขึ้นมาจับกุมตัวเขาเอาไว้ และพูดอีกว่า “เจ้าวางใจ คดีนี้พวกเราจะต้องสืบกระทั่งความจริงปรากฏ หากเจ้าถูกให้ร้าย ย่อมคืนความเป็นธรรมให้เจ้า ต้องรบกวนให้เจ้าไปกับศาลาว่าการกับพวกเราสักหนเพื่อกลับไปบันทึกคำสารภาพเหตุการณ์ที่เกิดโดยละเอียดอีกครั้ง”
ในยุคสมัยโบราณสืบคดีกันเช่นนี้หรือ? หลินชิงเวยคิดในใจ ช่างไม่มีสิทธิเสรีภาพของมนุษย์ แต่จะมีหนทางใดเล่า ขอเพียงแค่มีผู้ต้องสงสัยย่อมต้องจับตัวขึ้นมาทันที หากสืบหาความ