ห้ขุนนางนับร้อยไม่ต้องเข้าร่วมประชุมในท้องพระโรง ราชกิจในแต่ละวันที่กราบทูลขึ้นมาและต้องอนุมัติลงไปยังมีมากมาย เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นเซียวเยี่ยนที่เข้าบริหาร ไม่แปลกที่จะไม่เห็นร่างของเซียวเยี่ยนแต่เช้า แต่เมื่อเขามีเวลาว่างยังคงเข้ามาดูเซียวจิ่น
ภายในตำหนักซวี่หยางมีหมอหลวงสองคนเตรียมไว้ตลอดเวลา หลินชิงเวยเห็นว่าตนเองไม่อาจช่วยอะไรได้แล้วจึงกลับตำหนักฉางเหยี่ยน
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในเรือนก็เห็นซินหรูเดินไปเดินมาอยู่ในลานเรือน นางกำลังถอนหญ้าในแปลงสมุนไพรที่ไม่ได้ดูแลมาเป็นเวลาหลายวัน เมื่อนางหันมาเห็นหลินชิงเวยที่กลับมาแล้ว รอยยิ้มอ่อนหวานก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า ดวงตาทั้งคู่ทอประกายวาววับ
หลินชิงเวย “เจ้ามิใช่เพิ่งฟื้นขึ้นมาหรือ ไฉนจึงไม่พักผ่อนหลายวันหน่อยเล่า?”
ซินหรู “ข้าเห็นหญ้าในแปลงสมุนไพรขึ้นเต็มไปหมด แทบจะแย่งปุ๋ยไปหมดแล้ว วันนี้จึงถอนหญ้าให้พวกมันเจ้าค่ะ พี่สาวไม่ต้องเป็นห่วง ข้านอนนานแล้วกลับจะไม่สบายเนื้อสบายตัวเจ้าค่ะ ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างจึงจะหายเร็ว ใช่แล้ว พี่สาวไปทำอะไรมาไฉนจึงกลับมาตอนเช้า?”
หลินชิงเวยตะลึงงัน แล้วถามหยั่งเชิง “ข้ามิใช่ไปรักษาขาให้ฝ่าบาท…หรอกหรือ?”
ซินหรูตกตะลึงแล้วครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วอดที่จะตบหน้าผากตนเองไม่ได้ “ใช่แล้ว เมื่อวานพี่สาวพูดแล้วนี่นา เพียงแต่ข้าสุขภาพไม่ดีจึงไม่ได้ไปด้วย ข้ากลับลืมไปแล้ว!”
ต่อมาหลินชิงเวยพบว่าซินหรูไม่ได้หลงลืมเพียงเรื่