อไม่
แต่เรื่องนี้รีบร้อนไม่ได้ หากพิษงูสามารถต่อต้านหนอนได้จริงๆ เช่นนั้นซินหรูย่อมต้องดีขึ้นแน่นอน
หลินชิงเวยจับชีพจรของซินหรูพบว่าชีพจรของนางเปลี่ยนจากสับสนวุ่นวายเข้าสู่สภาวะปกติ และพิษงูในร่างกายค่อยๆ ถูกยาถอนพิษสลายไป แต่สีหน้ายังคงไม่น่าดูอย่างยิ่ง
หลินชิงเวยอุ้มร่างของซินหรูขึ้นมา เซียวจิ่นตบที่นอนข้างกายของตนกล่าวว่า “ชิงเวย เจ้าอุ้มนางมาวางตรงนี้เถิด”
หลินชิงเวยตกตะลึง สภาพของซินหรูในยามนี้ไม่ว่าผู้ใดล้วนรังเกียจที่อยู่ร่วมกับนาง อีกทั้งนางเป็นเพียงสาวใช้คนหนึ่ง แต่สายตาของเซียวจิ่นจริงใจ หลินชิงเวยไม่ได้ปฏิเสธเช่นกัน จึงวางร่างของซินหรูไว้ข้างกายเขา แล้วกล่าวเสียงแหบพร่าเหนื่อยล้าว่า “ต้องรบกวนฝ่าบาทช่วยหม่อมฉันดูสักหน่อยเพคะ”
เซียวจิ่นพยักหน้า “เจ้าวางใจเถิด” เขาเห็นว่าหลินชิงเวยจะออกไปเขาจึงดึงรั้งนางเอาไว้ “ชิงเวย ข้างนอกอันตราย เจ้าอย่าออกไปเลย”
หลินชิงเวยกล่าว “ฝ่าบาทวางใจเถิดหม่อมฉันออกไปดูสักหน่อย หม่อมฉันเกรงว่าเสด็จอาคนเดียวจะรับมือไม่ไหว ให้คนผู้นั้นเข้ามาในตำหนักบรรทมของฝ่าบาท นั่นเป็นเรื่องใหญ่เพคะ”
เซียวจิ่นครุ่นคิดสุดท้ายยังคงปล่อยนาง
หลินชิงเวยเดินออกไป เซียวจิ่นมองเงาร่างด้านหลังของนางด้วยสายตาสับสน
นางออกไปจากห้องยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับเซียวเยี่ยนด้านนอกประตู เห็นหลี่เหลียงค่อยๆ เดินเข้ามาทีละน้อยๆ ทุกที่ที่เขาเดินผ่าน ไม่มีที่ใดที่เหล่านางกำนัลและขันทีจะ