เซียวเยี่ยนยังไม่ออกคำสั่ง ขันทีพูดขึ้นอีกว่า “แต่ แต่เช่นนี้แล้วเขาก็จะเข้ามาในตำหนักซวี่หยาง!”
เซียวเยี่ยนพูดเรียบๆ “เช่นนั้นก็ให้เขาเข้ามาเถิด”
ทหารองครักษ์ชุดใหญ่หลีกทางให้กับคนผู้นั้น พวกเขาไม่กล้าขัดขวาง อีกทั้งเซ่อเจิ้งอ๋องเป็นผู้ถ่ายทอดคำสั่งลงมา เหล่าองครักษ์ไม่อาจไม่พรูลมหายใจโล่งอก ลำพังแค่คนผู้นั้นเดินผ่านมาก็ทำให้คนส่วนหนึ่งที่พบเห็นถึงกับอาเจียน
ต่อให้เป็นเช่นนี้ยังมีคนจดจำคนผู้นี้ได้ เสียงร้องขึ้นด้วยความตกใจ “เขาก็คือองครักษ์หลี่เหลียง!”
หลี่เหลียงเดินเข้าไปในตำหนักซวี่หยางโดยไม่ถูกขัดขวาง
เซียวจิ่นยังคงกังวลใจเล็กน้อย เซียวเยี่ยนเห็นว่ามีเงาร่างของคนกำลังจะเข้าประตูตำหนักมา เขาหันกลับมาอุ้มเซียวจิ่นกลับไปที่เตียงและกล่าวว่า “ฝ่าบาทไม่ต้องกังวล ที่เหลือมอบให้ข้าจัดการ”
ที่จริงระหว่างอาหลานทั้งสองยังคงมีความห่างเหินอยู่บ้าง แต่คำพูดประโยคนี้ของเซียวเยี่ยนทำให้เซี่ยวจิ่นรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยและเป็นที่พึ่งพิงอย่างยิ่งยวด ความเคอะเขินก่อนหน้านี้ที่ยังหลงเหลืออยู่บ้างจึงอันตรธานหายไปสิ้น เซียวจิ่นพยักหน้ากล่าวว่า “เสด็จอาก็ต้องระวังตัวให้มาก”
เมื่อหลี่เหลียงเข้ามาในลานเรือน ซินหรูเพิ่งจะนอนลงไปอย่างสงบ นางเข้าสู่สภาวะหมดสติหลับลึก หลินชิงเวยรับรู้ได้ว่านางยังมีชีวิตอยู่แต่กลับมิอาจรับรู้ได้ว่าร่างกายของนางได้รับความเสียหายไปมากน้อยเท่าใด และไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาได้หรื