ทำลายกรงขังนั้นได้ ในดวงตาของเขาราวกับคลื่นพายุทอร์นาโด ในสมองของเขารู้สึกเจ็บแปลบ ดูเหมือนกำลังคิดจะควบคุมให้เขาลงมือกับคนทั้งสองเบื้องหน้า แต่เขารวบรวมกำลังของตนอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นฝ่ามือที่ซัดลงไปบนร่างของหลินชิงเวยจึงเป็นฝ่ามือที่สูญเสียการควบคุมพละกำลังไปครึ่งหนึ่ง แต่ยังคงทำให้หลินชิงเวยกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่ง และสาดลงบนลำคอของเซียวจิ่นอย่างพอเหมาะพอเจาะ เลือดนั้นร้อนเสียจนทำให้เขาสั่นสะท้าน
“ชิงเวย…ชิงเวย!”
ในสมองของหลินชิงเวยเต็มไปด้วยงงงัน นางกล่าวเสียงต่ำว่า “ข้าไม่เป็นไร”
ส่วนเซียวเยี่ยนกลับด้วยเพราะเขาฝืนกำลังดึงพลังของตนเองกลับมากะทันหัน ทำให้พลังลมปราณของตนตีกลับ เขาก้าวถอยหลังสองก้าวแล้วกระอักเลือดสดๆ ออกมาคำหนึ่งเช่นกัน
ขณะเดียวกันสตรีที่นั่งอยู่อย่างสงบในเรือนอีกหลังหนึ่งรู้สึกร่างกายอ่อนยวบ เหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มใบหน้าของนาง สีหน้าซีดขาวราวกระดาษ ริมฝีปากไร้สีเลือดปรากฏให้เห็นเลือดสดๆ สองสด ดูแล้วนางประหลาดใจอย่างที่สุด สายลมพัดป่าไผ่ด้านนอกเกิดเสียงดังซ่าๆๆๆๆ นางหยุดไม่ได้ นางต้องรวบรวมสมาธิอีกครั้ง
หลินชิงเวยคิดว่าเซียวเยี่ยนได้สติคืนมาแล้ว นางเพิ่งจะหันกลับไป ยังไม่ทันได้มองเห็นเบื้องหน้าชัดเจนก็เห็นเงาร่างสีดำสายหนึ่ง นางรู้สึกว่าร่างกายของตนถูกคนหิ้วขึ้นมาอย่างง่ายดาย
มือใหญ่อันคุ้นเคยข้างหนึ่งโอบรอบช่วงเอวของนาง ฝ่ามือใหญ่ๆ ที่ขับไล่ฆาตกรแทนนาง บีบลำคอน