่ออะไรกันอีก ยังไม่รีบไปพาฝ่าบาทออกไป!”
ทว่าพวกเขายังไม่ทันได้ขยับ เซียวเยี่ยนหันกลับไปใช้หางตาของดวงตาหงส์มองพวกไปนอกประตูอย่างเย็นชา “เปิ่นหวางบัญชาให้พวกเจ้าถอยออกไปให้หมด”
เหล่านางกำนัลและขันทีควรจะฟังเซ่อเจิ้งอ๋องหรือฟังหลินเจาอี๋ ชัดเจนยิ่งนักว่านางกำนัลภายในตำหนักซวี่หยางมากกว่าครึ่งล้วนทำงานให้เซ่อเจิ้งอ๋องทั้งสิ้น คำสั่งของเซ่อเจิ้งอ๋องเปรียบเสมือนราชโองการของฮ่องเต้
ยามนี้โอษฐ์ทองคำของเซ่อเจิ้งอ๋องบัญชาลงมา เหล่านางกำนัลและขันทีพากันถอยร่นเตรียมจะถอยออกไปนอกตำหนักบรรทม
ยามนี้เองเสียงของเซียวจิ่นดังขึ้น “หยุดอยู่ที่นั่นให้หมด! ยังไม่เข้ามาอีก ประคองเจิ้นออกไป!”
เหล่านางกำนัลและขันทีตกตะลึงอีกครั้ง ระหว่างหลินเจาอี๋และเซ่อเจิ้งอ๋องพวกเขาย่อมต้องเชื่อฟังเซ่อเจิ้งอ๋อง แต่หากเป็นฮ่องเต้และเซ่อเจิ้งอ๋อง เช่นนั้นพวกเขาควรจะเชื่อฟังใคร?
เหล่านางกำนัลและขันทีชะงักงันลังเลใจยิ่งกว่าเดิม
เซียวจิ่นเห็นท่าทีเช่นนี้ของพวกเขาแล้วพลันรู้สึกเดือดดาล ใบหน้าราวหยกขาวแกะสลักของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยโทสะ สีหน้าของเขาเรียกได้ว่าเป็นฮ่องเต้ทรงอำนาจและบารมีองค์หนึ่ง เขากล่าวว่า “หรือคำสั่งของเจิ้นยังสู้คำพูดของเซ่อเจิ้งอ๋องไม่ได้? ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งให้ประหารโดยไม่ต้องไต่สวน!”
ราวกับนี่เป็นครั้งแรกที่ฮ่องเต้ขัดแย้งกับเซ่อเจิ้งอ๋อง ในที่สุดเหล่านางกำนัลและขันทีก็เดินเข้ามาราวกับฝูงปลา เพื่อเดินอ้อมผ