หลินชิงเวยดื่มสุราไปเล็กน้อย จิตใจในยามนี้จึงลอยละล่องไปไกล ไม่ยอมอยู่อย่างสงบในอ้อมกอดของเซียวเยี่ยน เซียวเยี่ยนควบคุมนางไม่ได้เห็นนางร่ายรำไปมา ร้องรำทำเพลงทั้งยังเกือบจะลุกขึ้นมากระโดดบนหลังม้า
เซียวเยี่ยนเพิ่งจะได้คิดว่าเขาไม่ควรปล่อยให้สตรีคนนี้ดื่มสุรา ยามนี้ดียิ่งนักเหมือนเด็กน้อยสามขวบก็ไม่ปาน
“อย่าดื้อ” เซียวเยี่ยนพูดเสียงต่ำใส่นาง
หลินชิงเวยกลับหันกายกลับมานั่งหันหน้าเข้าหาเซียวเยี่ยน นางฉีกปากแดงเรื่อมองเขาอย่างไม่พึงใจ ยกมือขึ้นบีบแก้มของเซียวเยี่ยน
เซียวเยี่ยนหายใจเข้าลึกๆ เส้นเลือดสีเขียวบนหน้าผากเต้นตุบๆ
หลินชิงเลยใช้มือทั้งสองข้างบีบแก้มของเซียวเยี่ยนแล้วดึงออกด้านข้าง เพียงชั่วครู่ใบหน้าหล่อเหลานั้นถูกนางบีบเสียจนเปลี่ยนรูปเปลี่ยนร่าง
“หลิน ชิง เวย”
หลินชิงเวยยิ้มจนตาโค้งลงเหมือนรูปพระจันทร์เสี้ยว ถามเสียงใสว่า “อย่างไรเล่า หลังจากดื่มสุราแล้วมิใช่สมควรร้องรำทำเพลงหรอกหรือ?” พูดแล้วก็ร้องเพลงเสียงสูงยิ่งกว่าเดิม
ถนนสายนี้เงียบเกินไป เสียงของหลินชิงเวยที่ดังขึ้นก้องกังวานไปทั่ว ไหนเลยจะคิดว่าเป็นการรบกวนชาวบ้านที่อาศัยอยู่ตามสองข้างทาง สุนัขที่เลี้ยงไว้ในเรือนด้านหลังลุกขึ้นมาเห่าหลายครั้ง เสียงเด็กน้อยตกใจตื่นร้องไห้จ้า
ยังมีเสียงอ่างสำริดร่วงลงสู่พื้นดังเคร้งๆ พร้อมด้วยเสียงด่าทออย่างมีโทสะ “กลางดึกกลางดื่นไม่หลับไม่นอนมาร้องโหยหวนเป็นผี เสียสติหรือไร!”
หลินชิงเวย