นั้นกำลังอยู่ในอารมณ์คึกคะนองจึงย้อนกลับไปว่า “เจ้าน่ะสิเสียสติ! เสียสติหมายถึงเส้นประสาทไม่ปกติทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย อาการที่ปรากฏให้เห็นก็คือสมองไม่ทำงานโง่งม ทึ่มทื่อ! ข้าดูเจ้าแล้วน่าจะสมองอัมพาตกระมัง!”
“แน่จริงเจ้าก็รออยู่นั่น! อย่าหนีนะ!” คนที่ออกมาด่าทอถูกหลินชิงเวยพูดเสียจนเกิดโทสะแล้ว เขาต้องการออกมาสั่งสอนคน
โคมไฟของเรือนข้างๆ ถูกจุดสว่างขึ้น
เซียวเยี่ยนปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนัก จึงหวดแส้ม้าให้โผนทะยานออกจากถนนสายนั้น ก็มีคนออกมาจากเรือนอย่างเร่งรีบ เป็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ท่อนบนไม่ได้สวมเสื้อเป็นคนเจ้าเนื้อคนหนึ่ง เห็นม้าวิ่งออกไปไกลมากแล้วจึงได้แต่ยืนด่าทออยู่ที่นั่น
หลินชิงเวยดิ้นรนอยู่ในอ้อมกอดของเซียวเยี่ยน “ท่านอย่าขัดขวางข้า ให้ข้าลงไปสั่งสอนเขาเสียบ้าง ข้าจะสั่งสอนเขาจนจำบิดามารดามารดาไม่ได้ทีเดียว”
“อย่าก่อเรื่อง”
ฟ้าใกล้จะสว่างแล้ว ขอบฟ้าปรากฏให้เห็นสีขาวราวกับท้องปลา ณ ขอบฟ้านั้นได้ปรากฏให้เห็นแสงทองแสงแรกจางๆ ชั้นหนึ่ง ดูแล้ววันนี้อากาศน่าจะสดใสอย่างยิ่ง
เมื่อคิมหันตฤดูใกล้จะมาถึง ท้องฟ้าจะสว่างเร็วขึ้นเสมอ
เมื่อผ่านประตูวังเข้าไปท่าทีของหลินชิงเวยจึงนับได้ว่าสงบลง นางกินเสียอิ่มแปล้นอนหลับไปเมื่อใดไม่รู้ ซ้ำยังส่งเสียงกรนขึ้นจมูกเบาๆ
เซียวเยี่ยนส่งนางกลับไปยังตำหนักฉางเหยี่ยนเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเห็นจากผู้อื่นจึงตรงไปยังเรือนของหลินชิงเวย เขาวางนางลงบนเตียงแล้วย