ืนอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่งจึงจากไป
ฟ้าสางโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว
มีคนมาปลุกนางให้ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ วันนี้ยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องไปทำ เพียงแต่เมื่อนางลืมตาขึ้นนั้นอาการปวดศีรษะราวกับจะร้าวก็โจมตีเข้ามา เพดานบนเตียงนอนที่อยู่เบื้องหน้าสายตากลับหมุนเป็นวงกลม
หลินชิงเวยประคองหน้าผากของตนลุกขึ้น นางนอนได้ไม่นานนักผนวกกับเมื่อคืนดื่มสุราทำให้มีท่าทีอิดโรยอย่างยิ่ง
เมื่อซินหรูก้าวเข้ามาในห้องจึงเอ่ยขึ้นว่า “พี่สาว เซ่อเจิ้งอ๋องมาถึงแล้วเจ้าค่ะ กำลังรออยู่ในห้องโถงด้านหน้า”
หลินชิงเวยไม่มีสติสัมปชัญญะที่จะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของซินหรูผิดจากยามปกติ ซีดขาวเล็กน้อย และเกือบจะเขียวอยู่บ้าง
หลินชิงเวยรีบล้างหน้าล้างตากินอาหารเช้าเล็กน้อยแล้วไปพบเซียวเยี่ยนที่ห้องโถงด้านหน้า
คนทั้งสองเดินออกจากตำหนักฉางเหยี่ยนด้วยกัน แสงตะวันยามเช้าตรู่ก็ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทิ่มแทงสายตา หลินชิงเวยหรี่ตาลงยกมือขึ้นป้องคิ้วของตนและถามขึ้นว่า “เมื่อคืนกลับมาเมื่อใด? ไยข้าจึงจำไม่ได้เลย?”
แสงตะวันที่สาดส่องทำให้ใบหน้าของเซียวเยี่ยนเกือบจะโปร่งแสง เขามองหลินชิงเวยด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “อย่างไรเล่า เรื่องน่าขายหน้าเช่นนี้เจ้ากลับลืมเสียได้? เปิ่นหวางคิดว่าเจ้าน่าจะนึกออกและนำมาเตือนตนเองตลอดเวลา”
หลินชิงเวยตกตะลึง “ดูจากสายตาของท่านถึงกับรังเกียจข้า” ทันทีที่ตกอยู่ในภวังค์เซียวเยี่ยนก็เดินไปข้างหน้าเสียแล้ว หลินชิงเวยเร่ง