ฝีเท้าก้าวตามมา “เมื่อคืนเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”
“เจ้าดื่มสุรา”
“จากนั้นเล่า?”
“กอดโต๊ะร้องไห้ เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมกลับ”
“…” หลินชิงเวยรู้สึกว่าแสงแดดในวันนี้แรงเหลือเกิน แรงเสียจนนางรู้สึกตาพร่า “เป็นไปไม่ได้ ข้าไม่ได้เป็นคนดื่มสุราแล้วขาดสติเช่นนั้น”
“เจ้าดื่มสุราจนความจำดับวูบ ยังเชื่อว่าตนเองดื่มสุราแล้วไม่ขาดสติ?”
“ช่างเถิดๆ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว พวกเราคุยเรื่องสำคัญเถิด”
หลินชิงเวยหยิบขวดออกมาแล้วปล่อยหนอนออกมา ภารกิจสำคัญในวันนี้ก็คือจับตัวฆาตรกร
คนทั้งสองเดินตามหนอนตัวนั้นไป เมื่อเดินผ่านป่าต้นไทรนางรู้สึกคุ้นตาอยู่บ้าง เมื่อนางเดินผ่านต้นไทรต้นหนึ่งเห็นด้านหลังต้นไทรยังมีก้อนหินอีกก้อนหนึ่ง รากของต้นไทรนั้นห้อยตกลงมาเป็นวงกลม นางจดจำได้ นี่เป็นสถานที่ที่นางสังหารองครักษ์ผู้นั้น ขณะเดียวกัน…ยังเป็นสถานที่ที่นางได้พบกับยวนยางท่ามกลางน้ำค้างคู่นั้นอีกด้วย
ในที่สุดเมื่อเดินมาใกล้จะสุดปลายทาง ท่ามกลางเส้นทางคดเคี้ยวเลี้ยวไปมา ด้านหน้าปรากฏให้เห็นเรือนหลังเล็กที่แยกออกมาต่างหากหลังหนึ่ง
ใจของหลินชิงเวยพลันรู้สึกหนักอึ้ง หากหนอนตัวนี้เข้าไปที่นั่นแล้วละก็…ฆาตรกรก็ไม่ต้องคาดเดาแล้ว แต่ใครก็คิดไม่ถึงว่ายังเดินไปไม่ถึงจุดหมาย ข้างหลังพลันเกิดเสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้น
หลินชิงเวยและเซียวเยี่ยนหันกลับไปมองเห็นขันทีวิ่งมาทั้งเหงื่อโทรมกาย ร้องเรียกเสียงดังตลอดทางแต่ไกล “แย่แล้ว! แย่แ