ห้หนอนถูกตัวท่าน เปิดแล้วหลบไปทันที”
“อื้อ”
เซียวเยี่ยนดูเหมือนไม่ได้ใช้มือไปสัมผัสกับโลงไม้ เขารวบรวมพลังลมปราณไว้ที่ฝ่ามือ ลมหายใจของเขาผ่อนยาวเหยียดเต็มไปด้วยพลังลมปราณค่อยๆ เปิดโลงไม้ออกอย่างช้าๆ
“ยอดฝีมือของสำนักบู๊ตึ๊งและเส้าหลินนี่นา”
หลังจากโลงไม้ถูกเปิดออก หลินชิงเวยมองเข้าไปข้างใน สีหน้าของนางเผือดขาว ภาพที่ปรากฏเห็นนั้นสยดสยองเกินที่นางจะรับได้
นางสาบานว่าชาตินี้ยังไม่เคยพบเห็นสิ่งของที่น่าสะอิดสะเอียนเท่านี้มาก่อน
ศพของจ้าวเฟยในโลงนั้นเริ่มเน่าเปื่อยแล้ว มองไม่เห็นเค้าโครงรูปร่างหน้าตาเดิม หนอนที่อยู่ข้างในขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกือบจะเต็มโลงไม้ก็ว่าได้ เมื่อเห็นฝาโลงไม้เปิดออก หนอนที่เบียดเสียดแออัดอยู่ข้างในจึงเริ่มเคลื่อนไหว ทำให้ผู้คนเห็นแล้วขนลุกเกรียว หนังศีรษะชาวาบ
หนอนเหล่านั้นดูเหมือนจะรู้ว่าตนเองได้รับอิสระ จึงพากันคลานขึ้นมาจากรอบทิศของโลงศพด้วยคิดจะคลานออกไปข้างนอก หลินชิงเวยไม่เสียเวลาอีกนางสาดผงแป้งลงไปในโลงศพ ต่อมาหยิบไม้ขีดไฟอันหนึ่งโยนลงไปก่อให้เกิดเปลวไฟลุกท่วมทันที
เสียงเพียะพะดังอยู่ข้างใน กลิ่นอันไม่พึงประสงค์ลอยออกมา เสียงเพียะพะที่ดังขึ้นนั้นมิใช่เสียงของศพจ้าวไฟที่ถูกไฟเผา แต่เป็นเสียงหนอนที่ถูกเผา กระทั่งหนอนที่เกาะอยู่บนกำแพงหินในโลงหินก็ทนอุณหภูมิความร้อนเช่นนี้ไม่ได้ ถูกย่างเผาแล้วร่วงตกลงไปตายในทะเลเพลิง
การจุดไฟเผาในครั้งนี้เปลวไฟลุกโชนเหนือธ