รรมดาสามัญราวกับเปลวไฟนี้ส่องสว่างสุสานแห่งนี้ให้สว่างไปกว่าครึ่งบริเวณ ดังนั้นเมื่อจัดการเผาเสร็จสิ้นเซียวเยี่ยนจึงปิดฝาโลงหินกลับไป ความร้อนจากเปลวไฟด้านนั้นทำให้โลงหินร้อนจนกระทั่งกลายเป็นสีแดงน้อยๆ
หลังจากเปลวไฟลุกโชนผ่านพ้นไป ทุกอย่างกลับเข้าสู่สภาวะปกติอีกครั้ง แสงไฟภายในห้องข้างค่อยๆ มืดลง โลงหินที่แดงเพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นค่อยๆ เย็นตัวลง สุดท้ายเซียวเยี่ยนเปิดฝาโลงหินอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีหนอนรอดชีวิตแม้แต่ตัวเดียว โลงไม้ที่อยู่ข้างในถูกเผาจนกลายเป็นไหม้เกรียมดำปี๋ไปหมด หนอนทั้งหมดล้วนกลายสภาพเป็นเถ้าธุลี
เซียวเยี่ยนปิดฝาโลงหินกลับไปอีกครั้ง หยิบห่อสัมภาระแล้วกล่าวกับหลินชิงเวยว่า “กลับเถิด”
คนทั้งสองออกมาเร็วกว่าตอนที่เข้าไปมากนัก ราวกับเริ่มรู้และปรับตัวกับเส้นทางและสภาพภูมิศาสตร์ได้แล้ว ประตูใหญ่ของสุสานอยู่เบื้องหน้า ด้านนอกถูกสาดส่องให้สว่างด้วยแสงจันทร์ หลินชิงเวยแทบจะไม่ต้องคิดก็วิ่งพุ่งออกมา
เมื่อเซียวเยี่ยนสาวเท้าก้าวยาวๆ ออกมาเห็นนางกำลังค้ำกำแพงอาเจียน เพียงแต่แทบจะไม่ได้กินอะไรลงท้อง เบื้องหน้าที่อาเจียนออกมาจึงมีแต่น้ำย่อย
เซียวเยี่ยนเอนกายพิงกำแพงถามว่า “เมื่ออยู่ในวังเห็นสีหน้าเจ้าไม่เปลี่ยนสักนิด ยังคิดว่าเจ้าไม่สะอิดสะเอียนสิ่งเหล่านี้”
หลินชิงเวยอาเจียนหมดแทบจะไม่เหลือเรี่ยวแรง นางเท้าเอวแล้วถ่มน้ำลายออกมา “เชอะ ท่านจะรู้อะไร ข้ากลัวที่แคบอย่างรุนแ