ไทเฮาค่อยๆ ได้สติคืนมา ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมอนุญาตให้เผาศพของปี้หลิงภายในตำหนักคุนเหอ ด้วยเหตุนี้ขันทีจึงต้องหามศพของปี้หลิงออกไปนอกตำหนักคุนเหอแล้วหาสถานที่โล่งแจ้ง ราดสุราดีกรีแรงลงบนร่างของนางและสุมด้วยคบไฟหลายอันผนวกกับสภาพอากาศอันแห้งแล้งเปลวไฟจึงลุกท่วมทันทีที่จุดไฟเผา
สายลมยามราตรีค่อนข้างพัดแรง เปลวไฟถูกสายลมกรรโชกเสียจนโหมแรงไปทั่วทุกด้าน กลิ่นไหม้ของศพที่ถูกไฟเผาลอยไปทั่วทุกทิศ เซียวจิ่นสิ้นสุดความอดทนนานแล้วจึงกลับไปพักผ่อนในตำหนักซวี่หยาง เขาคิดว่าซินหรูอายุยังน้อยจึงไม่ได้ให้นางติดตามมาด้วยแต่ให้นางกลับไปพักผ่อนในตำหนักฉางเหยี่ยน
คนที่อยู่ที่นี่มีเพียงขันทีส่วนหนึ่ง เซียวเยี่ยนและหลินชิงเวย
เหล่าขันทีได้กลิ่นไหม้ของศพจึงอดกลั้นไม่ไหวอีกต่อไป หันหน้าไปอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย
สติสัมปชัญญะของหลินชิงเวยกลับเข้มแข็งอย่างยิ่ง สีหน้าสงบนิ่งราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาเหลือแสน นางอยู่ในตำหนักคุนเหอหลายวันนี้ล้วนกินไม่อิ่มนอนไม่หลับ ยามนี้นางเหน็ดเหนื่อยจนตัวสั่นสะท้าน ปรารถนาที่จะนอนหลับให้สบายสักงีบหลังจากเสร็จสิ้นเรื่องนี้
ภายใต้แสงสว่างเซียวเยี่ยนหันมาขมวดคิ้วมองหลินชิงเวย เห็นได้ว่ากลิ่นชนิดนี้ทำให้เขารู้สึกยากจะทานทนได้เช่นกัน แต่เขาพบว่าหลินชิงเวยซูบผอมลงมาก คิ้วจึงขมวดมุ่นแน่นขึ้น เดิมทีแม้ใบหน้าของหลินชิงเวยจะเล็กแต่อิ่มเอิบและเต็มไปด้วยเลือดฝาด ยามนี้บนใบหน้านั้น