แทบมองไม่เห็นเนื้อ รอบดวงตามีรอยคล้ำไม่สดชื่น
รับรู้ได้ว่าเซียวเยี่ยนกำลังมองตน หลินชิงเวยเงยหน้าขึ้นประสานสายตากับดวงตาทั้งคู่ของเซียวเยี่ยน อดที่จะรู้สึกสะท้อนสะท้านในใจไม่ได้ ราวกับถูกดวงตาทั้งคู่นั้นทำให้สั่นสะท้านโดยไร้สุ้มเสียง
หลินชิงเวยยักไหล่ บนใบหน้าปรากฏให้เห็นรอยยิ้มเกียจคร้าน “เสด็จอา เวลาข้อสงสัยในตัวข้าคลี่คลายแล้วหรือไม่? ข้ากลับไปพักผ่อนได้แล้วหรือไม่?”
ผ่านไปอึดใจหนึ่งเซียวเยี่ยนจึงตอบว่า “ได้”
“เช่นนั้นที่นี่มอบให้ท่านไปจัดการ” หลินชิงเวยกล่าวลาเขา หันกายเดินไป
เซียวเยี่ยนมองเงาร่างด้านหลังของนาง แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใคร่ครวญ “หนอนที่เจ้าพูดถึงนั้นควบคุมศพได้ จะต้องใช้ไฟเผาจึงจะได้หรือ?”
หลินชิงเวยเอามือไพล่หลัง หันไปมองเขา รูปร่างสูงใหญ่ของเขาอยู่ภายใต้ความมืดของยามราตรี เปลวไฟด้านข้างพุ่งขึ้นมาราวกับคล้ายมีคล้ายไม่มีชิดชายอาภรณ์ของเขา สีหน้าและแววตาของเขาเยียบเย็น โครงหน้าครึ่งของเขาถูกเปลวไฟส่องสว่าง เส้นผมบนไหล่กำลังสะบัดพลิ้วเบาๆ ทำให้ดูแล้วรูปงามองอาจเป็นหนึ่งไม่มีสอง
หลินชิงเวยราวกับได้ชื่นชมทั้งดวงตาและจิตใจ จึงหันไปพยักพเยิดปลายคางใส่เขา “ตามหลักการแล้วควรเป็นเช่นนั้น คนตายไปนานเท่าใด หนอนที่เข้าไปกลืนกินอวัยวะภายในของร่างกายยิ่งมีมากขึ้น ความสามารถในการรับคำสั่งก็จะยิ่งแข็งกล้า ดังนั้นหากตายไปแล้วนำไปฝังลงในดินย่อมไร้ประโยชน์” เมื่อหลินชิงเวยพูดเช่นน