ี้ก็อดคิดถึงหลี่เหลียงองครักษ์ผู้นั้นไม่ได้ หากเป็นไปตามการวิเคราะห์ของนาง หลี่เหลียงตายไปนานเช่นนั้นกลับยังคงมาปรากฏกายได้ นั่นไม่ใช่เรื่องประหลาดแล้ว
เพียงแค่คิดก็ทำให้คนรู้สึกขนลุกตั้งชันขึ้นมา
พูดแล้วหลินชิงเวยมุ่งหน้าเดินต่อไป ยามนี้เสียงของเซียวเยี่ยนที่เอ่ยขึ้นราวกับแวบผ่านสมองและดังก้องขึ้นในโสตประสาทของนาง “เช่นนั้นจ้าวเฟยที่ฝังไว้ในสุสานหลวงนอกเมืองจะเป็นอย่างไร?”
หลินชิงเวยชะงักกึก ผ่านไปอึดใจหนึ่งนางจึงเงยหน้าขึ้นทอดถอนใจตบหน้าผากของตน “ฮื้อๆๆ คืนนี้ถูกกำหนดให้ไม่ได้นอนแล้วใช่หรือไม่ แต่ข้าง่วงนอนจะตายอยู่แล้วนี่นา!” ไฉนนางจึงลืมจ้าวเฟยไปได้นะ
เซียวเยี่ยน “…”
ทางด้านนี้รอศพของปี้หลิงถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้าธุลี ทางด้านนั้นมีม้าตัวหนึ่งควบเต็มฝีเท้าวิ่งออกไปตามเส้นทางสายยาวขาวราวกับหิมะท่ามกลางแสงจันทร์สีเงิน สถานที่พวกเขามุ่งหน้าไปประตูวังเปิดออกปล่อยม้าตัวนั้นออกไป
บนหลังม้ามีคนนั่งอยู่สองคน เซียวเยี่ยนและหลินชิงเวย
เพียงแต่หลินชิงเวยผลัดเปลี่ยนจากชุดกระโปรงอ่อนหวานที่สวมในยามปกติ ไม่รู้ว่าไปหาชุดของคุณชายร่างเล็กมาจากที่ใด เส้นผมสีดำขลับยาวสลวยถูกเกี้ยวหยกรวบตรึงไว้ ปลายเส้นผมสะบัดพลิ้วไปตามแรงลมพัด มันปัดผ่านใบหน้าด้านข้างของเซียวเยี่ยนเป็นพักๆ นำพากลิ่นหอมที่คล้ายมีคล้ายไม่มีผ่านมาด้วย
ต่อให้หลินชิงเวยแต่งกายในอาภรณ์ของบุรุษ แต่ใบหน้าเรียวเล็กอันอ่อนเยาว์นั้นยังราวก