ับจะคั้นน้ำออกมาได้อยู่นั่นเอง ต่อให้นางเป็นคุณชายน้อยคนหนึ่ง ก็นับว่าเป็นคุณชายน้อยคนหนึ่งที่มีรูปงามอ่อนเยาว์กว่าเด็กหญิงคนหนึ่ง
แน่นอนว่าผู้ที่นั่งอยู่ด้านหลังหลินชิงเวยก็คือเซียวเยี่ยน มือทั้งคู่ของเซียวเยี่ยนอ้อมผ่านรอบเอวของหลินชิงเวยไปจับสายบังเหียน มีป้ายคำสั่งของเซ่อเจิ้งอ๋องอยู่ที่นี่ทหารและองครักษ์เหล่านั้นที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูวังไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองหลินชิงเวยที่อยู่บนหลังม้ามากนัก เพียงคิดว่าคนผู้นี้ไฉนจึงขี่ม้าไม่เป็น ให้เซ่อเจิ้งอ๋องพาคนผู้นั้นควบม้าไปด้วยเป็นเรื่องธรรมดาสามัญ แม้ว่าแต่ไรมาเซ่อเจิ้งอ๋องไม่เคยพาใครมาก่อนก็ตาม
เซียวเยี่ยนเดิมทีได้เตรียมม้าไว้สองตัว แต่ที่น่าชิงชังก็คือหลินชิงเวยขี่ม้าไม่เป็น ขณะเดียวกันนางกำลังลูบขนที่แผงคอของม้า แม้นางจะปรารถนาอย่างยิ่งที่จะลองขี่ม้าและควบบังคับให้ม้าวิ่งอย่างรวดเร็ว แต่นางคิดว่านางยังไม่ได้ทันได้รับรู้ก็คาดว่าคงจะถูกสลัดลงมาจากหลังม้าจนพิการเสียก่อน
อีกทั้งได้นั่งม้าตัวเดียวกับเซ่อเจิ้งอ๋องก็เป็นเรื่องไม่เลวนี่นา
หลินชิงเวยได้แต่คิดอยู่ในใจ ในที่สุดก็ได้นั่งม้าตัวเดียวกันกับเซียวเยี่ยนสมปรารถนา คนทั้งสองออกจากเมืองอย่างลับๆ ไม่ให้ผู้ใดรับรู้การเคลื่อนไหว หากจัดขบวนใหญ่โตออกไป ย่อมต้องกลับมาถึงวังหลวงในเวลาฟ้าสางเป็นแน่ การไปมาเช่นนี้ไม่ต้องกล่าวถึงว่าเป็นการเสียเวลาเพียงใด ยังมีความเป็นไปได้ว่าจะเปิดโอกาสให้มือสังหาร