ฉวยโอกาสลงมือ
อย่างไรในยามนี้เป็นเวลากลางคืน ฟ้ามืดทางมองไม่เห็นหากคิดจะใช้หนอนนำทางเพื่อตามหาแหล่งที่อยู่ของฆาตกรเป็นการไม่สะดวก คนทั้งสองจึงใช้โอกาสในยามราตรีไปจัดการเรื่องศพของจ้าวเฟย
ออกจากประตูวัง เบื้องหน้าที่ปรากฏให้เห็นก็คือแผ่นดินและฟืนฟ้าอันกว้างใหญ่ เซียวเยี่ยนเร่งความเร็วของม้าขึ้นอีก คนทั้งสองควบม้าวิ่งผ่านถนนสายยาวอันว่างเปล่า เสียงเกือกม้ากระทบกับพื้นถนนดังก้องในโสตประสาท
สายลมเย็นสบายที่ปะทะกับใบหน้าส่งผลให้หลินชิงเวยต้องหรี่ตาลง เมื่อสักครู่ยังไม่ได้ออกจากวังนางนั่งยืดเอวเหยียดแผ่นหลังตรงด้วยตื่นเต้นเล็กน้อย จึงให้พื้นที่ว่างแก่เซียวเยี่ยน
ยามนี้นางเอ่ยขึ้นว่า “เสด็จอา ข้าเหนื่อยแล้ว”
“…” ที่จริงเพื่อหลินชิงเวยแล้วเซียวเยี่ยนได้เว้นระหว่างห่างจากนางพอสมควร เขาประคับประคองอย่างแข็งเกร็งอยู่บ้าง ยิ่งควบม้าเร็วขึ้นยิ่งต้องแนบกายลงต่ำ เช่นนี้แล้วจึงจะปลอดภัย
หลินชิงเวยเอ่ยขึ้นอีกว่า “เมื่ออยู่ในเรือนหลังเล็กอันมืดมิด ไทเฮาไม่ให้ข้ากินข้าว ข้าหิวจนนอนไม่หลับ ยามนี้ไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย” พูดแล้วไม่รอให้เซียวเยี่ยนตอบรับหรือปฏิเสธ นางก็เอนกายลงมาราวกับเป็นลูกแมวตัวน้อย ร่างนั้นเอนมาทางด้านหลังซุกกายเข้ามาในอ้อมกอดของเซียวเยี่ยน
สีหน้าและแววตาของเซียวเยี่ยนเคร่งขรึม ชั่วขณะที่หลินชิงเวยเอนการเข้ามาพักพิงในอ้อมกอดของเขา เพื่อประคองร่างของนางให้มั่นคงฝ่ามือใหญ่ทรงพลังข้าง